Culture

2017

2017 Sulwha Cultural Exhibition Once upon a time

A Fairy and A Woodcutter

keep going

2017 Sulwha Cultural Exhibition ด้วยหัวข้อ "นางฟ้าและคนตัดฟืน”
เรื่องราวที่คุ้นเคยส่งถึงผู้คนที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมแห่งเอเชีย
นิทรรศการเปิดสวนสาธารณะโดซานและโซลวาซูแฟล็กชิพสโตร์ในพื้นที่แต่ละส่วนซึ่งเป็นตัวแทนของสรวงสวรรค์และโลกมนุษย์ เพิ่มความลึกซึ้งของนิทานพื้นบ้านผสานการตีความดั่ง
'เรื่องราวเกี่ยวกับความปรารถนามนุษย์เพื่อความงามแห่งสรวงสรรค์’

ชิมซอนจังผลงานชิ้นเอกด้านการตัดเย็บ สินทรัพย์ที่ 89 ของมรดกภูม
ปัญญาทางวัฒนธรรมนานาชาติ รวมไปถึงศิลปินร่วมสมัยอีก 11 ทีมจากหลากหลายประเภททั้ง ประติมากรรม,
ศิลปะจัดวาง, สถาปัตยกรรม, สื่อ และงานออกแบบ
ซึ่งคาดว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยผ่านการตีความที่ร่วมสมัยของนิทานพื้นบ้านที่ได้รับความนิยม

เกี่ยวกับศิลปิน

คู ฮยอจา ศาสตราจารย์เจ้าของผลงาน สินทรัพย์ที่ 89 ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนานาชาติ ชิมซอนจัง(การเย็บปัก)

  • fairy’s robe of feathers / Sulwhasoo Flagship Store,indoor of 1st floor

เสื้อคลุมปีกนางฟ้าถูกสร้างขึ้น ด้วยกระโปรงสีม่วงอ่อนและเสื้อท่อนบนสีครีม โดยอ้างอิงจากเครื่องแต่งกายของหญิงสาวในช่วงอาณาจักรซิลลา เช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายในในช่วงราชวงศ์โชซอนที่สวมเสื้อคลุมขนาดใหญ่และแขนเสื้อที่หย่อน อันเป็นสัญลักษณ์แห่งเสื้อคลุมสวรรค์ของนางฟ้า ด้วยการเพิ่มสีให้กับชุดของนางฟ้าที่ส่วนใหญ่เป็นสีขาวแล้วแต่งแต้มสัมผัสแห่งสีสันที่หลากหลาย และความงดงามของเสื้อคลุมทั้งสามส่วนบวกกับลวดลายสีทองอันวิจิตร ซึ่งอาจทำให้เราได้พบกับความกระตื้อรือร้นและสง่างามของนางฟ้าก็เป็นได้
คู ฮยอจา ศาสตราจารย์เจ้าของผลงาน สินทรัพย์ที่ 89 ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมนานาชาติ ชิมซอนจัง (การเย็บปัก) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในปี 2007 หลังจากได้รับการถ่ายทอดฝีมือจากแม่สามีซึ่งผลงานเคยขึ้นทะเบียนในสาขาเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ เธอได้เข้าร่วมในหลากหลายงานนิทรรศการ เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเย็บปักในนิทรรศการงานฝีมือเกาหลีแบบดั้งเดิมและโรงเรียนสถาปัตยกรรมผ่านแหล่งที่มาของวัฒนธรรมเกาหลีเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแหล่งวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิม

ลี ยองจู สถาปัตยกรรม

  • Wing Tower / Dosan Park

ลี ยองจู ใช้ขั้นตอนการเขียนโปรแกรมอัลกอริทึมเพื่อที่จะได้เห็นภาพของนางฟ้าขยับปีกขณะที่จะโบยบินจากโลกมนุษย์ไปยังสวรรค์ ซึ่งวิงทาวเวอร์ใช้คอมพิวเตอร์สร้างภาพเคลื่อนไหวการหมุนของอุโมงค์เหมือนกับเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสวรรค์และโลกมนุษย์ ขณะที่อุโมงค์ทรงกระบอกเคลื่อนที่ขึ้นไปด้านบนและเปิดแยกออกเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยพื้นที่เพิ่มขึ้นและแยกออกแสดงถึงความเศร้าของนางฟ้า ความสิ้นหวัง และฝันสลายของคนตัดฟืน
ในฐานะสมาชิกของสถาบันสถาปนิกอเมริกัน หรือ AIA เขาทำหน้าที่เป็นประธานร่วมในสำนักงาน อี.บี. ที่นิวยอร์ก ในช่วง 2009 ถึง 2014 ต่อมาในปี 2015 เข้าได้รับการแต่งตั้งเป็นสถาปนิกแห่งชาติโดยรัฐบาลกรุงโซลและเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของ ลี ยองจูอาร์คิเทคเจอร์ สาขาโซล เขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มจัดงานนิทรรศการกลุ่ม เช่น Data Curation (พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหาวิทยาลัยโซล ณ กรุงโซล ปี 2013) และชนะการแข่งขันในเกาหลีและต่างประเทศ รวมไปถึงการแข่งขันการออกแบบเพื่อความปลอดภัย Myeonmok Fire Station Design ในปี 2016, การแข่งขันออกแบบตึกระฟ้า eVolo ในปี 2014 และการแข่งขัน Teton County Library’s Public Art ในปี 2012

ลี จองฮุน สถาปัตยกรรม

  • Twisting wires/ Dosan Park

ลี จองฮุน สร้างช่วงเวลาแห่งความฝันที่ที่คนตัดฟืนแอบเฝ้าดูนางฟ้าเป็นประจำและวางเรื่องราวในทุกๆวันที่เกิดขึ้น การเป็นบิดลวดรูปสามเหลี่ยมที่ประกอบด้วยหกเหลี่ยมที่รังสรรค์สามจุดรวมสายตา สำหรับ สวรรค์ โลกมนุษย์ และแกนโลก การยืดของลวดช่วยให้สามเหลี่ยมที่แผ่ขยายอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดระหว่างนางฟ้าบนสวรรค์และคนตัดฟืนที่อยู่บนพื้นดิน การสะท้อนบนผิวของโลหะทำให้ผู้เข้าชมกลายเป็นทั้งผู้ที่แอบมองและถูกแอบมองโดยความพร่ามัวของขอบระหว่างงานศิลปะและสิ่งที่อยู่โดยรอบ
ลี จองฮุน ผู้บริหารของโจโฮอาร์คิเทคเจอร์ได้กำหนดรูปแบบใหม่ของสถาปัตยกรรมผ่านการวิเคราะห์วัสดุและปรัชญาความคิด เขาทำงานในบริษัทซาฮา ฮาดิด อาร์คิเทคส์ รวมถึงเป็นสถาปนิกที่ D.P.L.G. ประเทศฝรั่งเศส และ K.I.R.A. ประเทศเกาหลี ซึ่งเขาได้รับแต่งตั้งในฐานะสถาปนิกแห่งชาติโดยรัฐบาลกรุงโซล และเป็นตัวแทนของโจโฮอาร์คิเทคเจอร์ เขาได้ดำเนินโครงการในการสร้างรสถาปัตยกรรมมากมาย ซึ่งรวมถึง Platform-L Contemporary ในปี 2015 และปี 2010 ชนะการประกวดสถาปนิกรุ่นใหม่ชาวเกาหลี (รางวัลของรัฐมนตรี กระทรวงวัฒนธรรม การกีฬา และการท่องเที่ยว) และรางวัลรองชนะเลิศจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของเมืองเซจง ปี 2016

ชอง แจฮุน ประติมากรรม และ ศิลปะจัดวาง

  •  ITHACA / Dosan Park

เช่นเดียวกับโอดิสเซียส ซึ่งคนตัดฟืนเริ่มออกเดินทางสู่ทะเลเส้นขอบระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ด้วยเรือใบขนาดเล็กชื่อ อิธาก้า เพื่อไปพบกับนางฟ้า โดยเรืออิธาก้าไฮไลท์แห่งความงดงามของงานฝีมือที่คนตัดฝืนสร้างเรือขึ้นเพื่อตามหานางฟ้า ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ความงามอย่างแท้จริง เรือลำน้อยล่องในสวนสาธารณะโดซานคือห้องทำงานและเป็นสื่อกลางของการสำรำรวจของคนตัดฟืน
ในฐานะประติมากรและช่างไม้ ชอง แจฮุนได้รังสรรค์งานประติมากรรม ศิลปะจัดวาง และชิ้นงานแนวระนาบผ่านงานฝีมือที่มีประสิทธิภาพ เขาชนะการประกวดความเป็นเลิศในงาน 2010 จุงอัง ไฟน์ อาร์ต ที่จัดขึ้นโดย จุงอังเดลี่ และได้รับรางวัลจากโครงการศิลปินรุ่นใหม่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะแทกูในปี 2012 ซึ่งเขาเคยจัดนิทรรศการเดี่ยว อาทิ ESQUISSE (พิพิธภัณฑ์ศิลปะแทกู 2014 เมืองแทกู ปี 2014) และเข้าร่วมกลุ่มการจัดนิทรรศการ อาทิ APMAP 2015 Yongin (พิพิธภัณฑ์ศิลปะอมอร์แปซิฟิก เมืองยงอิน ปี 2015) และ การแบ่งแยกระหว่างความสัมพันธ์ (Project Space Sarubia Dabang, กรุงโซล ปี 2013)

ซูกิ คัง ซอคยอง ประติมากรรม และ ศิลปะจัดวาง

  • Tender Meander / Dosan Park

ซูกิ คัง ซอคยอง ใช้เสื้อคลุมขนนกเป็นดั่งสื่อกลางระหว่างสวรรค์และโลกมนุษย์ การเดินไปเรื่อยๆพรรณนาถึงเสื้อคลุมขนนกเป็นดั่งสัญลักษณ์ของล่องลอยอย่างอิสระและความปรารถนาเพื่อไปให้ถึงสวรรค์ กองวัตถุที่ล่อแหลมและกรอบรูปทรงที่ไร้แบบแผนเก็บเอาความวิตกกังวลและทุกข์ทรมานของนางฟ้า ขณะที่สีที่อบอุ่นและการไหลของรูปทรงโดยนำกลับมาสร้างใหม่เป็นความสุขของนางฟ้าในโลกมนุษย์ เครื่องมือเล็กๆแห่งความหวังถูกติดตั้งในสวนสาธารณะโดซานนำพาผู้คนให้เข้าใกล้ความหวังและสมาธิ
ซูกิ คัง ซอคยอง ทำงานกับสื่อกลางที่หลากหลาย อาทิ การวาดภาพ ศิลปะจัดวาง และวีดีโอ เธอมีนิทรรศการเดี่ยวของตัวเอง ในชื่อ บาทและจันทรา (ศูนย์แสดงศิลปะภาพและเสียง กรุงโซล ปี 2015) และ เข้าร่วมกลุ่มจัดนิทรรศการ อาทิ กวางซู เบียนนาเล ครั้งที่ 11 (ฮอลล์นิทรรศการหลักที่กวางซู เบียนนาเล เมืองกวางซู ปี 2016) และ กรุ๊ปโมบายล์ (วิลล่า วาซซิลลีฟ เมืองปารีส ปี 2016) รวมถึงชนะการประกวดงานศิลปะซงอึนในปี 2013

คิม มยองบอม ประติมากรรม และ ศิลปะจัดวาง

  • Mirage / Dosan Park

คิม มยองบอม แปลนิทานพื้นบ้านออกมาเป็นภาพในแต่ละวัน ภาพลวงตาที่เผยให้เห็นไฟถนนที่ถูกถอนออกมาพร้อมรากที่เป็นสายไฟฟ้า อ้างอิงถึงคนตัดฟืนที่ถูกนางฟ้าและลูกๆของเขาทอดทิ้ง เปรียบไฟถนนนิยามถึงภูมิทัศน์ในวันนี้เป็นดั่งต้นไม้ในอดีตที่คล้ายกับคนตัดฟืน ที่เคยมีบทบาทสำคัญในสังคม
คิม มยองบอม ผสมผสานวัตถุส่วนตัวของเขาในชีวิตประจำวันเพื่อแสดงคุณค่าทั้งหมดของชีวิตของเรา เช่น ธรรมชาติและเมือง คิมเคยจัดนิทรรศการเดี่ยวของตัวเอง 14 นิทรรศการ เช่น Insights (ศิลปะบาเซิลฮ่องกง ที่ฮ่องกง ปี 2015) และ One (ศูนย์ศิลปะโดซาน ที่นิวยอร์ก ปี 2009) และยัง ได้เข้าร่วมกลุ่มจัดนิทรรศการในเกาหลีและต่างประเทศ รวมไปถึง Volta 9 (ที่บาเซิล ปี 2013)

คิม ซังกยุน ประติมากรรม และ ศิลปะจัดวาง

  • The Landscape_Palace_2017 / Dosan Park

คิม ซังกยุน ให้ความสนใจในเรื่องของสังคมและช่องว่างเชิงพื้นที่ระหว่างคนตัดฟืนที่อยู่บนพื้นโลกและนางฟ้าสิ่งมีชีวิตบนสรวงสวรรค์ ความแตกต่างที่ประจักษ์แจ้งคือราชวังบนสวรรค์ และบ้านธรรมดาสามัญ ประติมากรรมปูนเป็นฉากพระราชวัง _宮_2017 สร้างดุลภาพในโครงสร้างแบบวงกลมที่มีองค์ประกอบที่ขัดแย้งกัน - ชาย &หญิง หยิน&หยาง รวย&ยากจน การประดิษฐ์&ธรรมชาติ และในปัจจุบัน&อดีต วังบนสรวงสวรรค์ที่ซ่อนลึกอยู่ในสวยสาธารณะโดซานที่ถูกมองจากระยะไกล แต่ไม่ปรากกฏกายให้ผู้เข้าชมได้ การค้นหาตัวเองในความเป็นจริงของคนตัดฟืนผู้โดดเดี่ยว และยากจนข้นแค้น
คิม ซังกยุน ทำงานด้านสถาปัตยกรรมแวดล้อมของเมือง ประวัติศาสตร์ สังคม และปัจเจกบุคคล การใช้ยาแนว วัสดุในการก่อสร้าง เขานำเสนอมุมมองใหม่ของพื้นที่ผ่านตีความประติมากรรมของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย คิม ซังกยุน มีงานนิทรรศการผลงานเดี่ยว 12 นิทรรศการ ซึ่งรวมถึง นิทรรศการประติมากรรม (บาตันแกลลอรี่ ที่โซล ปี 2015), เดอะ อาร์ตติฟิเชียลพาราไดซ์ (อาร์ตไซด์ ที่ปักกิ่ง ปี 2008) และเข้าร่วมในการจัดนิทรรศการแบบกลุ่ม เช่น Extension.Kr (ไทรอัมพ์แกลเลอรี่ ที่มอสโก 2016)

นู แจอุน ประติมากรรม และ ศิลปะจัดวาง

  • Frame Works - Loft / Dosan Park

นู แจอุน รังสรรค์พื้นที่เสมือนที่เรียกว่า 'ลอฟต์' ระหว่างพื้นที่ที่แยกออกจากกันระหว่าง ของโลกและสวรรค์ ลอฟต์ หมายถึงพื้นที่ใต้หลังคาซึ่งส่วนใหญ่จะพบเห็นได้ในเมือง โดยลอฟต์จะเก็บเรื่องราวความเป็นธรรมชาติของนิทานพื้นบ้านที่อยู่กับความเป็นจริง แต่ตั้งอยู่ในกรอบของนิทานเรื่องเล่า ลอฟต์ใช้สัญลักษณ์เป็นกลยุทธ์ในการเล่าเรื่องของนิทานพื้นบ้านบริเวณรอบๆสวนสาธารณะ นี่เป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ในส่วนต่อประสานทั้งสองสิ่งของเขา นูถามถึงความหมายของนิทานพื้นบ้านในทุกวันนี้ที่เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนผสานเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกันขณะที่ก็ทำให้ขอบเขตไม่ชัดเจน
การทำงานของ นู แจอุน มีลักษณะการผสมผสานของภาพและแหล่งข้อมูลวีดีโอต่างๆที่เข้ากันได้กับพื้นที่ออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อรังสรรค์เป็นส่วนต่อประสาน เขามีผลงานหลักๆมากมายนอกเหนือจาก Vimalaki.net และ แอกีบง แล้ว เขายังมีนิทรรศการเดี่ยว อาทิ มูเลียน มูเลียน (สตูดิโอแอร์แม็ส กรุงโซล ปี 2011) ทองสีดำในสวิตเซอร์แลนด์ (อาร์ตสเปซพูล กรุงโซล ปี 2006) และเข้าร่วมนิทรรศการกลุ่ม อาทิ โซลเมืองแห่งสื่อ 2014 : ภูติผี สายลับ และคุณย่า (พิพิธภัณฑ์ศิลปะโซล กรุงโซล ปี 2014)

ลี ซองมี ประติมากรรมและศิลปะจัดวาง

  • Memory Garden (Memory Storage) / Sulwhasoo Flagship Store

ระหว่างทางขึ้นสู่สวรรค์ผู้คนจะแวะมาที่สวนแห่งความทรงจำเพื่อปลดปล่อยความทรงจำและอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดของชีวิตทิ้งไป เพ่ื่อจะสามารถรักษาจิตวิญญาณและเข้าถึงสวรรค์ได้ สวนแห่งความทรงจำแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่าง ผักบุ้งและคาลล่า ลิลลี่ ซึ่งเป็นตัวแทนของ 'ความรักที่สูญเปล่า' และ 'ความรักชั่วนิจนิรันดร์' ลีได้สร้างสรรค์ดอกไม้จากเศษแก้วทีละชิ้นๆเข้าด้วยกันอย่างมุมานะ ซึ่งเศษแก้วเหล่านี้มาจากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุจากการจราจร การชมสวนของแห่งความทรงจำจะช่วยรักษาจิตใจและขัดเกลาอารมณ์ความรู้สึก
ปัจจุบัน ลี ซองมี สอนหนังสือในฐานะผู้ช่วยศาสตราจารย์ ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮงอิก เธอใช้วัสดุอเนกประสงค์และวัสดุที่ไม่เป็นรูปธรรมในงานติดตั้งและงานประติมากรรม ที่ผ่านมาเธอมีนิทรรศการเดี่ยวของตัวเอง 7 งาน รวมถึง Empty to be filled (กาน่าอาร์ต กรุงโซล ปี 2012) และเข้าร่วมจัดนิทรรศการกลุ่ม อาทิ Artist File 2015: Next Doors (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติศิลปะสมัยใหม่ เมืองกวาชอน / พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่แห่งชาติโตเกียว ปี 2015) Bearable Lightness…Likeness (P.S.1 นิวยอร์ก ปี 2006) ในปี 2012 เธอได้รับเลือกให้เป็นนักประติมากรรุ่นใหม่แห่งปีจากพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์คิมจองยัง ตลอดจนทุนการศึกษาระดับประเทศและระดับนานาชาติจำนวนมาก

ฮัน ซังอา สื่อ

  • stranger than paradise / Sulwhasoo Flagship Store

ฮัน ซังอา เปรียบสวรรค์เป็นดั่งพื้นที่แห่งการแยกจาก โดยภาพวาดแอนิเมชั่นบนสรวงสวรรค์สร้างขึ้นด้วยการวาดภาพโดยตรงบนผ้าไหมที่แขวนอย่างไม่สม่ำเสมอ แบ่งแยกระหว่างสวรรค์และโลกมนุษย์อย่างชัดเจนด้วยสีขาวและสีดำ ลักษณะขอบที่พร่ามัวขณะที่การแยกจากดูชัดเจนและผสมผสาน การลอยเรือกระดาษออกสู่ท้องทะเลของคนตัดฟืนและนางฟ้าเป็นความพยายามที่สูญเปล่าไม่สามารถเข้าถึงได้ การมองเห็นโลกที่สวยงามดั่งสวรรค์และความสิ้นหวังในอากาศก่อให้เกิดความคลุมเครือให้แก่ผู้เข้าชมจนเกิดคำถามที่ว่าสวรรค์มีอยู่จริงหรือ
ฮัน ซังอา รวมเอากระดาษและหมึกหินเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการวาดภาพแนวตะวันออก ทั้ง การวาดลายเส้น การลงสี การติดตั้ง และ แอนิเมชั่น โดยฮัน ซังอาได้รับรางวัลจากการประกวดศิลปินหน้าใหม่ของศูนย์ศิลปะซองนัมในปี 2012 และรางวัลจากมูลนิธิวัฒนธรรมคยองกีในปี 2017 นอกจากนี้เธอยังจัดนิทรรศการเดี่ยวของตัวเอง อาทิ About the Night( แกลลอรี่โดส กรุงโซล ปี 2014) และ Adaptation (คิวบ์อาร์ต แกลลอรี่, ซองนัมอาร์ตเซ็นเตอร์ เมืองซองนัม ปี 2013) และเธอได้รับจัดนิทรรศการกลุ่มอีกมากมาย อาทิ The Home (Unité d'Habitation เมือง เฟมินี ประเทศฝรั่งเศส ปี 2017)

ชิน ดัลแร & ปาร์ค อูฮยอค ออกแบบ และ หัตถกรรม

  • Blurry and Shiny / Sulwhasoo Flagship Store

ชิน ดัลแร & ปาร์ค อูฮยอค รังสรรค์โครงสร้างที่ไม่มีอยู่จริงให้เห็นเป็นภาพดั่งช่องทางที่เชื่อมระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์พื้นที่ไร้ขอบเขตที่อยู่เหนือกฎของโลกแห่งความจริง พร่ามัวและสว่างไสวแสดงให้เห็นถึงการสูญเสียการทำงานของทางเดินในตึกที่ใช้ได้จริงและถูกเติมด้วยบอลลูน 2 ลูก ทำให้ทางเดินแคบจนไม่แทบสามารถเดินผ่านได้ ซึ่งการเดินผ่านทางเดินแคบๆนี้ทำให้ผู้เข้าชมได้กระตุ้นประสบการณ์ด้านประสาทสัมผัสใหม่ๆและอยู่เหนือโลกแห่งความเป็นจริง
ชิน ดัลแร & ปาร์ค อูฮยอค คือ การทำงานออกแบบ ศิลปะจัดวาง วีดีโอ และเผยแพร่กิจกรรม ศิลปินทั้งสองดำเนินงานโครงการศิลปะ Archive Annyeong เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่ง กฎ บรรทัดฐาน การปฏิบัติ และรูปแบบที่อยู่เบื้องหลังวัตถุและปรากฏการณ์ ซึ่งทั้งคู่มีนิทรรศการผลงานเดี่ยว อาทิ Specific Examples (ซารูบีอา คาบัง กรุงโซล ปี 2016) ราชสีห์ แม่มด และตู้เสื้อผ้า (ดีโปรเจกต์สเปซ กรุงโซล ปี 2015) และเข้าร่วมจัดนิทรรศการกลุ่ม อาทิ The Unexpected (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของศิลปะร่วมสมัย กรุงโซล ปี 2017) และ APMAP 2015 Yongin (พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Amorepacific เมืองยงอิน ปี 2015)

ฮง จองอุค ประติมากรรม และ ศิลปะจัดวาง

  • unfailing & faith /Sulwhasoo Flagship Store

ฮง จองอุค เป็นอาจารย์คณะวิจิตรศิลป์ที่มหาวิทยาลัยฮงอิก เขาทำงานคาบเกี่ยวสื่อตัวแปร อาทิ การทำงานหลากหลายมิติและศิลปะจัดวาง ผ่านการควบคุมการมองเห็นโดยภาษาภาพตามความสนใจของเขาในหลักการพื้นฐานและความเข้าใจที่สนับสนุนรูปแบบต่างๆ ที่ผ่านมาเขาจัดนิทรรศการเดี่ยวมาแล้ว 8 งาน อาทิ INFILL (โซฟีสแกลลอรี่ กรุงโซล ปี 2017) และนิทรรศการกลุ่มทั้งในเกาหลี และต่างประเทศ อาทิ The House (พิพิธภัณฑ์ศิลปะ OCI กรุงโซล ปี 2017) and 別★同行行 (พิพิธภัณฑ์ศิลปะ OCI กรุงโซล ปี 2016)
<สิ่งที่ไม่สิ้นสุด> ฮง จองอุค รังสรรค์รูปแบบที่เป็นนามธรรมของปีกขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาของคนตัดฟืนที่อยากพบกับนางฟ้าและลูกของพวกเขา ผ่านวัตถุที่ถูกแขวนจากกรอบสีทองเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญทางสถาปัตยกรรม ความปรารถนาของคนตัดฟืนแสดงออกโดยผ่าน 6 รูปทรงเรขาคณิตที่แกะสลักจากต้นซากุระ ที่เป็นดั่งคำเย้ยหยันของปีกที่ไม่สามารถโบกบินได้ วัตถุเชื่อมต่อกับลวดสปริงช่วยในการเคลื่อนไหวได้ดีผ่านการตอบโต้กับสิ่งแวดล้อมโดยรอบ อาทิ ผู้คน หรือ ลม ทำให้เห็นถึงความโศกเศร้าและความวังอันลิบลี่ของคนตัดฟืน
<ความเชื่อ> การทำงานนี้ทำให้เห็นภาพของเส้นทางแห่งดวงดาวสู่สวรรค์ เหมือนกับผู้ชมไต่ขึ้นบันไดขึ้นไปเพื่อใกล้ดวงดาวเหล่านั้น การเปลี่ยนสีของดวงตามแสดงให้เห็นถึงความลึกลึบของสวรรค์ รูปทรงสิบสองหน้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงานที่ไม่สามารถรังสรรค์ทางคณิตศาสตร์ให้เป็นรูปทรงกลมอันเป็นสัญลักษณ์ของความต่างระหว่างอุดมคติและความเป็นจริง สัญลักษณ์แห่งความล้มเหลวของคนตัดฟืนที่เผชิญหน้ากับการแสวงหาความสมบูรณ์ ความงดงาม และสิ่งที่วิเศษของเขา เพื่อที่จะเป็นเจ้าของสรวงสรรค์ การทำงานนี้แสดงให้เห็นว่าอุดมคติและความเป็นจริงอยู่ร่วมอย่างไร