จางเจียเจี้ย และ โดโลไมท์

จางเจียเจี้ย และ โดโลไมท์

การเดินทางช่วยปลดปล่อยอารมณ์ที่เคยแห้งแล้งและติดอยู่ข้างในให้กับคุณด้วยการท่องเที่ยวที่แสนพิเศษสู่ดินแดนแห่งหิมะ ที่ที่คุณสามารถสนุกสนานไปกับอากาศในฤดูหนาวได้
จางเจียเจี้ย ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยทัศนียภาพที่งดงามที่สุดจนได้รับการขนานนามว่า สวรรค์บนโลก ตั้งอยู่มุมทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน ซึ่งเดิมชื่อว่า ‘ต้ายง’ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น จางเจียเจี้ย ในปี 1994 ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด อาทิ อู่หลิงหยวน ที่ได้รับการลงทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การ UNESCO ในปี 1992 และกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของจีน โดยมีคำพูดเก่าแก่ในของจีนที่กล่าวว่า “ท่านจะเรียกคนเก่าแก่ได้อย่างไรแค่เพราะเขาอายุ 100 ปี แต่ยังไม่เคยไปเมืองจางเจียเจี้ยเลยสักครั้งในชีวิต?” คุณยอมรับได้เลยว่า จางเจียเจี้ย ได้รับความชื่นชอบตลอดกาล เมื่ออดีตที่ผ่านมาส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งทุ่งกุหลาบจากใต้ท้องทะเลกลายเป็นหน้าผาอันขรุขระที่มีหุบเขาลึกที่ไม่รู้จบ
จางเจียเจี้ยสามารถแบ่งออกเป็นสองเขต: เขตอู่หลิงหยวนและเขตหลงถิง ซึ่งแต่ละเขตมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงด้วยคุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ มีความงดงามตระการตาและน่ากลัวแต่ก็อบอุ่นและเป็นมิตรในคราวเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางเจียเจี้ยในช่วงฤดูหนาวคุณจะได้เห็นความงามอันน่าอัศจรรย์อย่างแท้จริง เทือกเขาของจางเจียเจี้ยเต็มไปด้วยต้นสนที่ควความเขียวขจีตลอดทั้งปี ป่าสมบูรณ์ที่ได้รับการดูแลแม้จะผ่านอากาศในฤดูหนาว เรื่องราวของชีวิตบนโลกมนุษญ์ที่ไกลจากใต้เท้าของคุณจะเปลี่ยนไปเหมือนไม่มีอะไรเกืดขึ้นเมื่อคุณได้เห็นเทือกเขาเทียนเหมินที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,518 เมตรสู่ท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยป่าหิมะ

โดโลไมท์ เทือกเขาหินสูงตระหง่านทางฝั่งตะวันออกสุดของเทือกเขาแอลป์ในตอนเหนือของประเทศอิตาลี ที่ได้รับการขนานนามว่า ‘หลังคาของพระเจ้า’ซึ่งอิตาลีจัดอยู่ในโซนสภาพอากาศกึ่งเขตร้อนอบอุ่นกว้างยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ด้วยภูมิภาคที่มีสภาพที่แตกต่างกัน โดยเทือกเขาโดโลไมท์ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปีแม้ในช่วงกลางฤดูร้อนจนกลับมาถึงฤดูหนาวที่หิมะตกยาวนานไม่มีที่สิ้นสุดผ่านพื้นที่กว้างผ่าน 4 รัฐทางตอนเหนือของอิตาลี ด้วยยอดเขาสูง 18 ยอดเขา สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,000 เมตร โดยสถานที่แห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การ UNESCO ในปี 2009 นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Cliffhanger อีกด้วย ซึ่งทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์บนยอดเขาที่ผ่านการสลักโดยกาลเวลา และทะเลสาบน้ำแข็งสีมรกตได้ขโมยหัวใจของเหล่านักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือน
นอกจากนี้โดโลไมท์ ยังเคยเป็นสมรภูมิรบที่รุนแรงระหว่างออสเตรียกับอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งยังคงมีค่ายทหารและถ้ำที่กองทัพตั้งอยู่ เทือกเขาโดโลไมท์ต้องเป็นสัตว์ประหลาดร้ายที่น่ากลัวแต่ก็งดงามอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับเหล่าทหารที่ต้องต่อสู้กับสภาพอากาศที่หนาวเหน็บและหิมะที่ตกหนักด้วยอุณหภูมิติดลบ 40°C ซึ่งคุณสามารถประจักษ์ด้วยความจริงเมื่อได้เผอิญหน้ากับเทือกเขาแอลป์อันงดงามแบบใกล้ชิด ยามที่คุณขึ้นเขาด้วยกระเช้าลอยฟ้าไปครึ่งทางและเลือกคอร์สเดินป่าต่อ