ฮาวานา & บาหลี

ฮาวานา & บาหลี

아바나
아바나

สีสันแบบไหนที่คุณสามารถแสดงถึงคิวบา? สิ่งแรกในใจคือคือสีส้มออกแดงเป็นพระอาทิตย์ตอนกำลังจะตกดินย้อมสีท้องฟ้าด้วยสีส้มเข้ม, ผ้าเช็ดหน้าผูกรอบศีรษะของหญิงสาวที่ดูสุขภาพดี หรือ โปสเตอร์รูปใบหน้าที่มีอำนาจของ เช เกบาร่า
คิวบายังคงเป็นรัฐที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ แต่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลที่แข็งแกร่งของระบบทุนนิยม ซึ่งเมืองหลวงของฮาวานาอยู่ในช่วงกลางของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ในเวลาเดียวกันเป็นการรักษาอดีตของคิวบาเอาไว้ด้วย คุณสามารถเห็นความกระตือรือร้นของผู้คนที่ จัตุรัสเมืองเก่า ฮวานาโอลด์สแควร์ (Plaza Vieja) ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงแจ๊สและรุมบ้าที่ลอยอยู่ในอากาศอันเป็นความฝันที่ไม่เป็นจริงของการปฏิวัติที่ยังคงความสดใส การเดินบนถนนเรียบที่ปูด้วยหินไปยังถนนโอบิสโปผ่านวิหารเก่าแก่ ในขณะที่กลิ่นความอร่อยเตะจมูกของคุณเนื่องจากมีร้านอาหารและบาร์เปิดเรียงรายให้บริการอาหารดั้งเดิมของคิวบา หลังจากที่ดื่มด่ำไปกับวัฒนธรรมและความสุนทรีย์ไปกับบรรยากาศของเมืองเก่าก็มุ่งหน้าไปยังเอล มาเลคอนก่อนที่จะดึกเกินไป ซึ่งเอล มาเลคอน หมายถึง “คันดิน” ในภาษาสเปน เป็นถนนเลียบชายฝั่งยาว 8 กิโลเมตร ทอดยาวไปทางชายฝั่งทางตอนเหนือของฮาวานา นี่คือรูปลักษณ์ของฮาวานาที่เป็นจุดหมายปลายทางที่อยู่ในลิสต์สิ่งที่ต้องทำสักครั้งก่อนตายของเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำนองเพลงเศร้าและมีความสุขก้องอยู่ในหูของคุณตอนพระอาทิตย์ตกอันเป็นพรเพียงอย่างเดียวของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยตึกเก่าและเขื่อนดิน คู่รักหนุ่มสาวต่างเต้นรำภยใต้สีสันที่งดงาม

발리
발리

นอกจากนี้บาหลียังเป็นที่รู้จักในเรื่องของสีสันแบบดั้งเดิม และชวนให้นึกถึง สีม่วงมีความเกี่ยวข้องกับความลี้ลับที่ไม่ได้รับการเปิดเผยและความสง่างามอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า รวมไปถึงความเขียวขจีอันอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นในเขตร้อน
บาหลีมักถูกเรียกว่า ‘เกาะแห่งพระเจ้าบ้าง’ ทำไมน่ะเหรอ? เพราะบาหลีคือเกาะของคนที่เลื่อมใสในศาสนา โดยคุณสามารถดูได้จากชื่อที่มาจากคำว่า ‘วารี’ ที่หมายถึงการเสียสละในภาษาสันสกฤต ที่นี่คุณจะเห็นวัดอยู่ในทุกๆที่ที่คุณไปซึ่งมันไม่ใช่คำพูดเกินจริงแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมีวัดฮินดูมากกว่า 20,000 วัด และแต่ละครัวเรือนก็จะมีศาลเทพเจ้าฮินดู 1 หลัง ซึ่งเทียนที่วัดไม่เคยดับและกลิ่นธูปอบอวลไปทุกพื้นที่ พวกเขาใช้ชีวิตกับเทพเจ้าตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ การสวดมนต์และรอยยิ้มของผู้มาสักการะเป็นภาพแห่งการต้อนรับ
บาหลีไม่เพียงเป็นเกาะของพระเจ้าแต่ยังเป็นของนักเล่นเซิร์ฟอีกด้วย ทะเลที่ใสสะอาดและคลื่นที่สูงเป็นดั่งสวรรค์ของเหล่านักเล่นเซิร์ฟ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของบาหลีเป็นคำมั่นแห่งประสบการณ์ที่แม้แต่คนที่ไม่เล่นเซิร์ฟก็ลืมไม่ลง คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการดำน้ำสน็อกเกิลในหาดที่สวยที่สุดในบาหลีซึ่งอยู่ในเกาะเมนจางัน และถ้าโชคดีคุณอาจจะได้เห็นกวางป่านับไม่ถ้วนที่เดินเล่นรอบชายหาด นอกจากนี้คุณจะได้ตื่นเต้นไปกับแง่มุมที่แท้จริงของป่าดินชื้นเขตร้อน ณ สวนพฤษศาสตร์เบดูกัล และสวมใส่เครื่องประดับที่มีให้เลือกหลากหลายจากพรสวรรค์ของช่างฝีมือท้องถิ่นในหมู่บ้านศิลปะของเมืองอูบุด
สีสันดั้งเดิมของพื้นที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นสีสันที่คล้ำลงตามกาลเวลา ความสนุกนในการเดินทางคือการแยกจากสิ่งน่าเบื่อที่คุณทำในชีวิตประจำวันแล้วมาสนุกไปกับสีสันและกลิ่นอายใหม่ๆ นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราจึงมักมองไปข้างหน้าเสมอๆเพื่อเริ่มต้นการเดินทางใหม่ๆ