แบ่งปันความเป็นมิตรจากใจ

ยิ่งใกล้สิ้นปี วันแต่ละวันยิ่งมีความหมายมากขึ้น แต่มีหนึ่งวันที่พิเศษยิ่งกว่า นั่นคือวันที่เรียกว่า Dongji (冬至) ซึ่งมีความหมายว่า "นี่คือจุดสูงสุดของความหนาว" ประมาณสิบวันสุดท้ายของเดือน ค่ำคืนที่หนาวจะสั้นลงเรื่อยๆในแต่ละวัน และความสำคัญของวันวันนี้ ได้ถูกสืบถอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ「 Dongguk Sesigi 」ระบุว่า Dongji นั้นเปรียบเสมือน "Ase (亞歲 วันปีใหม่ขนาดย่อม)" พระมหากษัตริย์ได้พระราชทานปฏิทินใหม่พร้อมตราประทับประจำพระองค์ เมื่อแพร่หลาย จึงเกิดวัฒนธรรม Haseondongryeok (夏扇冬曆) ขึ้น ซึ่งเป็นการให้พัดลมเป็นของขวัญในช่วงฤดูร้อน (Dano) และให้ปฏิทินในช่วงฤดูหนาว Haseondongryeok จึงเป็นการบรรยายถึงของขวัญที่ดีที่สุดในแต่ละฤดู

ปฎิทินของพระราชา เปรียนเสมือนแรงใจของประชาชน ที่มุ่งหวังให้เป็นปีเก็บเกี่ยวที่ดีและมั่งคั่ง สิ่งที่นิยมทำกันในช่วง Dongji คือการรับประทาน Patjuk (ข้าวต้มถั่วแดง) เพราะเชื่อว่าสีแดงจาก Patjuk จะขับไล่ความชั่วร้ายออกไป ในสมัยก่อน คนจะต้ม Patjuk ทั่วๆบ้าน เพื่อปกป้องวิญญาณร้ายตลอดคืนหน้าหนาวที่ยาวนาน เมื้อ Patjuk เย็นลง ก็จะแบ่งกันทานในครอบครัว ยังมีความเชื่ออีกว่า ถ้าหากทานข้าวปั้นหวานจำนวนเท่าอายุบวกกับอีกหนึ่งลูก จะแก่ลงเพียงแค่หนึ่งปีในปีนั้น การทาน Patjuk ในวัน Donji จึงเป็นศาสตร์ในการปกป้องสิ่งไม่ดีและเป็นวิธีนับอายุในสมัยโบราณ

ประเทศญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมในการทานข้าวต้มถั่วแดงและขนมปังถั่วแดงในวัน Dongji และแลกของขวัญท้ายปี (oseibo) พร้อมคำอวยพรให้แก่คนสนิท เช่นกัน ในขณะที่ในประเทศจีน นิยมทำเกี๊ยวซ่าในวัน Dongji เดือนธันวาคมของจีนเรียกอีกอย่างว่า Napwol (臘月) เพราะในอดีต คนจีนจะฉลองวัน Napje (臘祭) ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม ไปถึง 15 ธันวาคมตามปฎิทินจีน จนถึงปัจจุบัน คนจีนยังถือว่าวันที่ 8 ธันวาคมคือวันสำคัญ และเรียกวันวันนี้ว่า Napje (臘祭)

วันสุดท้ายของปีในเกาหลีเรียกว่าวัน Jeseok (除夕)” หรือ “Jeya (除 夜) ในเกาหลีในอดีตนิยมกลับไปเยี่ยมเยียนผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ และพ่อแม่เพื่อทำความเคารพ 『Dongguk Sesigi』บรรยายถึงเดือนธันวาคมว่า แสงจากโคมบนถนนสว่างไสวตั้งแต่หัวค่ำจนถึงกลางดึก นี่คือการบรรยายถึงวัฒนธรรม Suse (守歲) ที่ชาวบ้านจะจุดไฟให้สว่างเพื่อรอพระอาทิตย์ขึ้นในคืนข้ามปี เป็นการต้อนรับปีใหม่ด้วยแสงไฟ นี่คือวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศเกาหลีซึ่งหาเทียบไม่ได้