ลมหายใจของยุคสมัยพัดมาด้วยศิลปะ

คนงานเหมืองจำนวนมากเป็นคนงานที่กล้าหาญ พวกเขาต้องอดทนอยู่ในอากาศใต้ดินที่เลวร้าย ขุดถ่านหินท่ามกลางอันตรายอันมืดมิด เยือกเย็นและหิวโหย เมืองเหมืองแร่เจริญรุ่งเรืองในช่วงปีค.ศ. 1960-1980 ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยเขม่าสีดำฟุ้งไปทั่ว เปรอะเปื้อนบนใบหน้าของคนงานเหมืองในแต่ละวัน จนกระทั่งปี 1990 สภาพแวดล้อมของเมืองเปลี่ยนแปลง แหล่งเชื้อเพลิง หลักเปลี่ยนจากถ่านหินไปเป็นน้ำมันและแก๊ส ความเจริญรุ่งเรืองของเหมืองแร่ก็ค่อยๆจางหาย เสมือนถ่านหินที่แผดเผาร่างกายจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แม้แต่ศิลปะเหมืองอย่าง Samtan ก็ไม่ได้รับการยกเว้น มันเคยเป็นเหมือง Samcheok Tanjoa Jeong-am ซึ่งดำเนินการมากว่า 38 ปี ตั้งแต่ปี 1964 ก่อนจะปิดตัวลงในปี 2001 สิบสองปีต่อมา ในเดือนพฤษภาคมปี 2013 Samcheok Tanjoa กลับมาอีกครั้งในรูปแบบศูนย์วัฒนธรรมเพื่อนำภาพเดิมๆกลับมา ซึ่งแสดงถึงยุคหนึ่งของประวัติศาสตร์เหมืองแร่ในแบบดั้งเดิม

ศิลปะเหมืองแร่ Samtan เป็นพื้นที่กว้างแบ่งออกเป็นแนวนอน 850 ส่วน Samtan Art Center and Rail ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์, ร้านอาหาร 832L และสวนกลางแจ้ง โดยแกนแนวนอน 850 แสดงให้เห็นถึงความสูงของเหมืองแร่ ซึ่งสูงเหนือระดับน้ำทะเล 850 เมตร ซึ่งที่นี่ยังคงรักษาความเก่าแก่ของเหมือง รถขนถ่านสีเหลืองมีคำเขียนว่า “พ่อ!! ขอให้ปลอดภัยในวันนี้” เป็นจารึกที่สะดุดตา รูปแบบของอาคารถูกออกแบบใหม่ให้กลายเป็นศูนย์ศิลปะ Samtan Art Center และมีทางเดินอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้มาเยี่ยมชมเริ่มเดินบนชั้น 4 และเดินลาดลงมาจนถึงชั้น 1 สถานที่นี้จัดแสดงศิลปะร่วมสมัยโดยยังคง ห้องอาบน้ำ ห้องสุขา และอ่างล้างหน้าไว้ อย่างน่าสนใจ ที่ความทันสมัยและความเก่าแก่อยู่ร่วมกันในสถานที่เดียว โดยชั้น 4 เป็นคาเฟ่และห้องพัก ชั้นที่ 3 จัดเป็นศิลปะร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์ Samtan และ ห้องเก็บของใช้ยังคงไว้ซึ่งช่วงเวลา 40 ปีแห่ง Samcheon Tanjoa ชั้น 1 และ 2 เป็นที่จัดแสดงหินแร่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสำหรับเด็ก และร้านค้าศิลปกรรม

รางในพิพิธภัณฑ์ เชื่อมต่อกับศูนย์ศิลปะ Samtan Art Center เคยเป็นที่เก็บถ่านหินที่ขุดได้จาก เหมือง Samcheok Tanjoa ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ Samtan Art Mine ที่มีเครื่องยกขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ ประติมากรรมดอกไม้สีแดงเด่นอยู่เบื้องหลังท่ามกลางลานสีเทาเตือนให้ระลึกถึงเสียงอันโศกเศร้าก้องดัง ทางออกรางข้างพิพิธภัณฑ์นำไปสู่สวนลานกว้างกลางแจ้ง ซึ่งแสดงถึงความชื่นชม และความทรงจำถึงคนงานเหมืองแร่ที่ได้เสียสละในเหมืองแร่แห่งนี้ ส่วนร้านอาหาร 832L นั่นมีชื่อมาจากความสูง 832 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่เคยเป็นโรงงานซ่อมเครื่องจักร ที่กลายมาเป็นร้านอาหารสไตล์วินเทจด้วยฝีมือของศิลปิน พัฒนาพื้นที่โดยการขุดเจาะและย้ายพื้นที่เก่า ลมหายใจของเหมืองเก่าสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่รุ่งเรืองและประวัติศาสตร์ศิลปะของเหมืองแร่ ส่องสว่างความอบอุ่นที่ไม่ใช่ได้จากถ่านหิน แต่เป็นสถานที่ที่ขุดลึกถึงวัฒนธรรมและศิลปะ