กรุงโซลและกรุงนิวยอร์ก

เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในช่วงบ่าย แสงไฟบนท้องถนนส่องสว่าง ไปทั่ว ดวงไฟนับล้านสว่างไสวในความมืด เฉกเช่นเรือหาปลาที่ส่องสว่าง ให้กับท้องทะเลยามค่ำคืนและเงียบสงบ เปิดสวิตช์ในหัวใจให้กับผู้คน กรุงโซลและกรุงนิวยอร์กคือเมืองที่แตกต่างในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน ที่มีแสงส่องสว่าง โซลและแมนฮัตตันมีอะไรหลายๆอย่างมากกว่าเมืองธรรมดาทั่วไป ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่แตกต่างในแต่ละพื้นที่ที่ถูกแบ่งด้วยสองฟากมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทั้งสองเมืองได้รับการขนานนามถึงความงดงามและดึงดูดใจ มีตึกระฟ้าจากถนนสู่ถนน ผู้คนต่างใช้เวลาในวันหยุดที่แสนรื่นรมย์ไปกับแม่น้ำและสวนสาธารณะ แม้พวกเขาจะดำเนินชีวิตตามสมัยนิยมแต่ก็ยังคงขนบธรรมเนียมประเพณี และมีความวินเทจ ในเมืองอันแสนวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คน การอยู่ร่วมกันของคนแต่ละรุ่นในสังคมคนเมือง ผู้คนมากมายเลือกให้แมนฮัตตันเป็นเมืองที่ต้องไปเยือนสักครั้งในช่วงชีวิต เฉกเช่นเดียวกับ กรุงโซลที่ถือว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดในใจของผู้คนชาวเอเซีย

แมนฮัตตันมีสวนสาธารณะมากมายทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ รวมถึงเซ็นทรัล พาร์คและวอชิงตัน สแควร์ การ์เดน ซึ่งมีความหลากหลายภายในเมืองสีเทา เช่นกันกับ โซลก็มีสวนสาธารณะหลายแห่งทอดเคียงไปกับแม่น้ำฮัน ที่ถูกรายรอบไปด้วยภูเขา เพราะภูมิประเทศเป็นลักษณะแอ่งกระทะ ซึ่งถูกว่าเป็นสีสันอันสวยงามในแต่ละฤดูกาล อีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ของทั้งสองเมืองนี้ คือตรอกซอกซอย ที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ถนนแต่ละสายแต่งแต้มไปด้วยเครื่องประดับสุดหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ แต่คุณจะเห็นความแตกต่างเมื่อเดินออกไปอีกหนึ่งหรือสองช่วงตึกจากถนนหลัก คุณจะได้สัมผัสกับรสชาติแห่งความโรแมนติกอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นรสชาติของชาวนิวยอร์กและชาวโซลที่วุ่นวายอยู่ตลอดเวลา รถไฟใต้ดินของกรุงโซลและกรุงแมนฮัตตันรวดเร็วและตรงต่อเวลา รถไฟใต้ดินในโซลวิ่งข้ามแม่น้ำฮัน และรถไฟใต้ดินในนิวยอร์กวิ่งข้ามแม่น้ำตะวันออกและแม่น้ำฮัดสันตลอดวันจนค่ำคืน บางครั้งคุณอยากหลีกหนีจากเมืองและซ่อนตัวอยู่ในธรรมชาติ แต่คุณไม่สามารถต้านทานสัญชาติญาณที่จะกลับมาสู่เมืองได้ เพราะว่ามันไม่เคยสิ้นแสงสว่าง