ประเพณีการชำระล้าง เพื่อสร้างทั้งร่างกายและจิตใจ

ศาสนาพุทธสอนคุณทำความสะอาดร่างกาย และ....นี้ส่งผลอย่างลึกซึ้งกับความเป็นอยู่ของผู้คนในชิลลา ความจริงที่น่าสนใจคือบันทึกของการอาบน้ำครั้งแรกในวรรณกรรมของคนเกาหลี โดย พระเจ้าฮย็อกกอเซพระจักรพรรดิ์ แห่งซิลลาและพระมเหสีอัลย็องบูอิน วัฒนธรรมการอาบน้ำของชาวชิลลากลายมาเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมในราชวงศ์โครยอ GaoliTujing ซึ่งเป็นราชทูตจากราชวงศ์ซ่งของจีน ได้ระบุไว้ว่า “ผู้คนในยุคโครยออาบน้ำ 3-4 ครั้งต่อวัน และผู้ชายผู้หญิงอาบน้ำร่วมกันในแม่น้ำสายใหญ่ ในแคซ็อง(เมืองหลวงของเกาหลีในขณะนั้น) ผู้หญิงก็จะอาบน้ำโดยสวมกระโปรงที่ทอจากป่านรามี ด้วยความเชื่อเรื่องของการรักษาและป้องกันโรคผ่านการอาบน้ำ ตามประวัติศาสตร์ของโครยอ พระเจ้าฮย็อกกอเซสนุกกับการไปน้ำพุร้อนและให้คนรับใช้ที่ป่วยอาบน้ำในน้ำพุร้อนด้วยเช่นกัน วัฒนธรรมการอาบน้ำของเกาหลีกระจายออกไปจนถึงญี่ปุ่นเมื่ออาณาจักรแพ็กเจนำเอาศาสนาพุทธไปสู่ประเทศ ญี่ปุ่นมีอากาศร้อนและชื้น และเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ามีน้ำพุร้อนมากมาย วัฒนธรรมการอาบน้ำจึงเริ่มต้นขึ้น

กลายมาเป็นความนิยมในทางที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในเกาหลี เราขัดผิวทั่วร่างการจนกระทั่งสะอาดหมดจด แต่ผู้คนในญี่ปุ่นเพียงแค่ทำความสะอาดร่างกายโดยไม่ได้ขัดผิว เมื่ออยู่ที่บ้านพวกเขาเติมน้ำร้อนในอ่างอาบน้ำ และทุกคนในบ้านผลัดเปลี่ยนกันลงไปอาบ เริ่มจากหัวหน้าครอบครัวก่อน ในสมัยราชวงศ์โชซอนนั้นการเปิดเผยร่างกายเป็นสิ่งหยาบคายด้วยอิทธิพลของลัทธิขงจื้อ ผลลัพธ์ก็คือราชวงศ์และเหล่าขุนนางอาบน้ำขณะที่สวมใส่เสื้อผ้า ซึ่งเกี่ยวพันกับการใช้ถังน้ำ และการทำความสะอาดทั้งตัว มีงานเทศกาล Samjitnal (3 มีนาคม),Dano (5 พฤษภาคม) ,Yudutnal (15 มิถุนายน) และ Chilseok (7 กรกฏาคม) เป็นวันหยุดในช่วงของราชวงศ์ โชซอน เมื่อคนธรรมดาได้อาบน้ำแบบทั้งตัว การใช้สมุน ไพรหรือเครื่องเทศขณะอาบน้ำกลายมาเป็นที่นิยมในราชวงศ์โครยอ ผู้หญิงจะใช้น้ำดอกพีชหรือต้มน้ำกล้วยไม้เพื่อให้ผิวขาวกระจ่าง การอาบเพื่อความสวยงาม ด้วยใบไม้ ลำต้น และผลไม้ นำมาต้ม 2 ครั้งและผสมน้ำอาบ ได้รับความนิยมในราชวงศ์โชซอน 2 วิธีการอาบน้ำที่ได้รับความนิยมคือการอาบน้ำโสม ด้วยการชงใบโสมและการอาบน้ำกระเทียม ซึ่งจะนึ่งกระเทียมในซองผ้าฝ้ายกับน้ำส้มสายชู ซึ่งการอาบน้ำไม่ได้รับความนิยมเหมือนยุคแรกๆ แต่ผู้หญิงโชซอนยังคงปรารถนาที่จะมีผิวที่ดูดี และมีกลิ่นหอม นั่นหมายความว่าผู้หญิงยุคใหม่ไม่ใช่รุ่นแรกที่สนุกกับการอาบน้ำจากดอกไม้ เพื่อความสวยงาม กลิ่นหอม และสุขภาพ