ก้าวย่างสู่ห้องสมุดเล็กๆในพระราชวัง

ทุกคนควรไปเยี่ยมชมพระราชวังคย็องบกอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาแพอ๊ค (ปัจจุบันคือ ภูเขาพูกัก) เพราะเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในสมัยโชซอน รวมถึงเป็นประตูหลัก (ประตูควางฮวา) ที่หันออกไปยังศูนย์กลางของเมืองฮันยาง (โซล) เป็นเส้นทางเปิดไปยัง ยูคโจ (ปัจจุบันคือเมืองเซจง) ซึ่งบางส่วนของพระราชวังนั้นถูกเพลิงเผาวอดในปี 1867 ช่วงสงครามอิมจิน (ญี่ปุ่นบุกรุกรานเกาหลี) แต่อาคารกว่า 500 ตึกกลับมางดงามอีกครั้งหลังได้รับการบูรณะใหม่ในปี 1867 ภายใต้การนำของ องค์ชายแทวอนฮึงซอน อย่างไรก็ตามพระตำหนักส่วนใหญ่ถูกรื้อถอนในช่วงยุคจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นที่เข้ามาครอบครอง เหลือเพียงไม่กี่พระตำหนัก เช่น พระตำหนักคึนชองจอง ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน อาคารรัฐสภาของญี่ปุ่นในเกาหลีนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนพระราชวังจากสายตาของประชาชนทั่วไป ซึ่งโชคดีที่โครงการฟื้นฟูเริ่มขึ้นในปี 1990 และอาคารรัฐสภาของญี่ปุ่นถูกย้ายออกไป ประตูควางฮวาเดิมได้ถูกบูรณะขึ้นมาอีกครั้งในปี 2010.

พระตำหนักชิบอ๊กแจ ตั้งอยู่ส่วนที่ลึกที่สุดของพระราชวังคย็องบก ใกล้กับประตูทิศเหนือซินมู ด้านในพระราชวังคย็องบกได้ตั้งอยู่บริเวณเดิม ซึ่งชิบอ๊ก หมายถึง “การรวบรวมอัญมณีอันล้ำค่าดุจดั่งหยก” และพระเจ้าโกจงได้รวบรวมหนังสืออันมีมากกว่า 40,000 เล่ม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับที่อารยธรรมสมัยใหม่ไว้มากที่สุด พระตำหนักชิบอ๊กแจมีความเกี่ยวพันกับปรัชญาใหม่ของตะวันตก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพระเจ้าโกจงเพื่อที่จะบรรลุธรรมด้วยการทำสมาธิ การพัฒนาทางปัญญา และวัฒนธรรมความหลงใหล พระตำหนักชิบอ๊กแจแสดงให้เห็นลักษณะที่โดดเด่นในสมัยราชวงศ์ชิง มีกำแพงก่ออิฐขนาบทั้งสองด้าน ดูคล้ายกับว่าเป็นพระตำหนักที่มีเพียงชั้นเดี่ยวจากภายนอก แต่ในความเป็นจริงเป็นพระตำหนักที่มีสองชั้น ปารูจอง เป็นศาลทรง 8 เหลี่ยม มีเสน่ห์ด้วยยอดเสาที่งดงามในแบบ Nagyanggak สมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งราชวงศ์ชิงเป็นเพียงช่องทางเดียวที่แสดงถึงอารยธรรมชั้นสูงจนกระทั่งปี 1880 ซึ่งโชซอนรับเอาลักษณะแบบชิงเข้ามา อีกด้านหนึ่งพระตำหนักฮยอบกิลดัง ยังคงการตกแต่งในลักษณะโชซอนดั้งเดิมพร้อมมีห้อง อนดอล สำหรับการพักผ่อน มี 3 พระตำหนักเชื่อมต่อกันไปยังห้องโถง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และยังดูกลมกลืนอย่างประณีต
พระตำหนักชิบอ๊กแจเปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อ 120 ปีก่อน โดยมีการอนุรักษ์โครงสร้างเอาไว้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ชั้นวางของ, โต๊ะขนาดยาว และตู้โชว์ถูกนำมาเติมเพื่อสร้างเป็นห้องสมุดขนาดเล็กสำหรับประชาชน ภายในมีการสะสมหนังสือกว่า 1,000 เล่ม ซึ่งแต่ละเล่มเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวโยงกับราชวงศ์โชซอน โดย 350 เล่มเป็นหนังสือที่ผลิตโดยมีแหล่งข้อมูลมาจากราชวงศ์ และ 230 เล่มเป็นวรรณกรรมเกาหลี ซึ่งถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษ, จีน และญี่ปุ่น ให้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีชั้นวางของและโต๊ะรอบๆพื้นที่จัดนิทรรศการภายในศุนย์ หน้าต่างของพระตำหนักชิบอ๊คแจรับอิทธิพลจากจีน เป็นแบบวงกลมและครึ่งวงกลม เมื่อคุณสามารถมองผ่านหน้าต่างออกไปจะเห็นความงดงามของกำแพงพระราชวังและต้นสนที่เติบโตอย่างดี เพียงนั่งลงและมองจากหน้าต่างจิตใจคุณก็จะชุ่มชิ่นขึ้นอีกครั้ง นั่นคุณจะเข้าใจได้ว่าทำไมพระเจ้าโกจงถึงชอบสถานที่แห่งนี้อย่างมาก ปารูจอง เปิดเป็น Book café จำหน่าย กาแฟ ชาเขียว น้ำบรรจุขวด และอื่นๆควบคู่กับหนังสือ ในขณะที่พระตำหนักฮยอบกิลดัง ถูกปรับให้เป็นห้องอ่านหนังสือ พระตำหนักชิบอ๊กแจจะเปิดประตูต้อนรับเราเสมือนเป็นห้องสมุดเล็กๆ และเป็นสถานที่สำหรับเติมประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ ห้วงเวลาที่ไหลลงสู่พื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมเพื่อเติมเต็มความรู้สึกที่มากกว่า