โค โพนฉาง

คุณและ Sulwhasoo มีบางสิ่งที่เหมือนกัน คุณเปลี่ยนทิศทางของภาพถ่ายแบบเกาหลีและ Sulwhasoo เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของเครื่องสำอาง ซึ่งคุณได้ร่วมกับ Sulwhasoo อีกด้วย
ครั้งนึงผมทำงานด้านการออกแบบให้กับ Amore Pacific Museum of Art ผมรู้สึกยินดีมากที่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขาเพราะถือเป็นโอกาสที่จะได้ตีความครั้งใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ความงามแบบเกาหลี เมื่อผมได้รับบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางค์จากปี 1960 -1970 ผมคิดว่า “ผมเห็นสิ่งเหล่านั้นบนโต๊ะเครื่องแป้งของแม่ และนำมาซึ่งความทรงจำมากมาย”



คุณต้องสนใจในเครื่องสำอางค์มาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม
ไม่จริง (หัวเราะ) แต่พ่อแม่ของผมเป็นส่วนเชื่อมต่อกับ Sulwhasoo โดย SulwhaSoo เป็นแบรนด์เครื่องสำอางค์ทางการแพทย์ของเกาหลีด้วยพื้นฐานจากโสม โดยความคิดมาจากประธานบริษัท คุณ Sung-hwan Suh ซึ่งมาจาก แคซอง เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องโสม พ่อแม่ของผมก็มาจากแคซองเช่นเดียวกัน ผู้คนที่นั่นมีบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์อย่างมาก พวกเขาไม่ชอบที่จะเป็นเจ้าของสิ่งใด แต่สนุกกับการช่วยเหลือผู้อื่นและรักษาสัญญาเท่าชีวิต ซึ่งนั่นต้องเป็นจิตวิญญาณที่มีชื่อเสียงของร้านค้าในแคซอง แม้แต่ญี่ปุ่นก็ไม่สามารถครอบงำการค้าในแคซอง ช่วงยุคจักรพรรดิ์

<JM 08>, Koo Bohnchang, 2006

คือความสัมพันธ์พิเศษที่หลากหลาย ในตาของศิลปินคุณอยากให้ Sulwhasoo เปลี่ยนอะไรใน 50 ปีข้างหน้า
แบรนด์ระดับโลกมักจะมีแพคเกจเรียบง่ายหรือแม้แต่การออกแบบโลโก้ ซึ่งผู้บริโภคทั่วโลกหลงในภาพลักษณ์ของการออกแบบและสมัยนิยม มีความภักดีต่อแบรนด์ค่อนข้างมาก เส้นทางของ Sulwhasoo ได้เดินทางมาถึงปีที่ 50 เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์เป็นภาพที่อยู่ในใจของผู้คน ซึ่งผมหวังว่าภาพนี้จะประทับอยู่ในใจผู้คนมากขึ้นไปทั่วโลกดังเช่นแบรนด์ระดับโลก



ฉันได้ยินมาว่าคุณได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยาย (Red Sofa) คุณได้รับชื่อเสียงอย่างยิ่งใหญ่ แต่คุณมีความฝันอื่นๆอีกไหม มีเรื่องอะไรใหม่ๆที่เก็บในความทรงจำของคุณ
มองย้อนกลับไป ชุดหน้ากากและชุดกระเบื้องเคลือบสีขาวพอร์ชเลน ผมเริ่มต้นเมื่อ 50 ปีก่อนตอนผมอายุ 10 ปี พวกมันยังคงเดินทางอย่างต่อเนื่องทีละนิดๆอย่างยาวนาน เพราะมีหลายสิ่งที่ผมยังไม่ได้สนใจ จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมครุ่นคิดถึงวิธีการจัดการกับ “ทอง” ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของมวลมนุษย์ ผมกำลังวางแผนที่จะเก็บบันทึกวัตถุทองคำ เช่น อารยธรรมอินคา ประเทศเปรู ผมอยากจะห่อก้อนกรวด ด้วยฟิล์มสีทอง เฉกเช่น คุณเห็นภาพถ่ายด้านหลังของผมและถ่ายภาพพวกมันภายในซีรี่ส์ ผมยังคงมีเส้นทางอีกแสนยาวไกล

เรากำลังอยู่ในยุคของความเร็วที่สิ่งต่างๆเก่าเหนือกาลเวลา ในฐานะศิลปินซึ่งมุ่งมั่นในสาระสำคัญของวัตถุแล้วอะไรคือความลับของคุณที่จะเอาชนะธรรมชาติของยุคนี้ได้
ผมไม่ทราบเกี่ยวกับสิ่งอื่นๆนอกเหนือจากการถ่ายภาพ แม้ว่ามันเป็นภาพในเชิงพาณิชย์ที่ทำตามคำสั่งของลูกค้า แต่ผมก็รู้สึกว่า มันแทบจะไม่สมบูรณ์เมื่อมันสะท้อนถึงสัมผัสและข้อมูลเชิงลึกของผมเพียงเท่านั้น ผมจำเป็นต้องเห็นว่ามาจากอิทธิพลของผม วัตถุกำลังหายใจเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในกระดาษถ่ายภาพ ผมต้องการให้ผู้อื่นเห็นนี้เช่นกัน ในฐานะศิลปิน ผมควรจะรักษาความสงบ ด้วย “ความกลมกลืน” และ “สมดุล”เพื่อให้มีคุณภาพที่สอดคล้อง



พวกเขากล่าวว่า คุณจะรู้แจ้งจุดๆหนึ่ง คุณต้องนำไปใช้ด้วยใช่ไหม
ผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนั้น ผมยังคงทดสอบอย่างต่อเนื่อง ทั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับ “แสง” “พื้นหลัง” และ “ช่วงเวลา” เพื่อบันทึกภาพสิ่งที่ไม่มีภาษาใดสามารถอธิบายได้ และอุทิศตัวเองเพื่อรับสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมท่ามกลางหลายร้อยสิ่งที่ตัดออก ผมรู้สึกเพลิดเพลินอย่างเต็มที่กับกระบวนการ ซึ่งแน่นอนผมต้องเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นคือได้ทำให้บางคนความพึงพอใจยิ้มออกมาในงานของผม



สุดท้าย ช่วยบอกกับเราเกี่ยวกับงานแสดงนิทรรศการของคุณที่กำลังจะมีเร็วๆนี้หรือแพลนในอนาคต
ผมคิดว่า ช่วงที่ผ่านมาผมจัดงานแสดงนิทรรศการมากเกินไป ดังนั้นตอนนี้ผมเลยยังไม่มีแพลนอะไรพิเศษ แต่การทำงานก็ยังคงสม่ำเสมอจากสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่ง มันค่อนข้างยากที่จะถ่ายภาพพอร์ซเลนสีขาว เนื่องจากในอดีตนั้นทางพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าไหร่นัก แต่ปัจจุบันก็มีพิพิธภัณฑ์อาสาประตูเพื่อต้อนรับเราเหมือนกัน