ซาฮาราและโกบี

นักบินที่ขับเครื่องบินตกลงกลางทะเลทรายกำลังเพ่งมองเส้นโค้งที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเนินทราย เขาได้พบกับเด็กผู้ชายผมสีบลอนด์สลวยแบบที่ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน ซึ่งซาฮาร่าในสายตาของ อ็องตวน เดอ แซ็งแตกซูว์เปรี คือความแห้งแล้ง ดินแดนที่อ้างว้างว่างเปล่า แต่ท้องฟ้ายามค่ำคืนกลับสวยงามที่สุด นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่สิ้นหวัง ซาฮาร่าถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนแห่งความตาย อย่างไรก็ตามการดื่มด่ำช่วงเวลายามค่ำคืน ณ ทะเลทรายแห่งนี้มักจะอยู่ในแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งศูนย์รวมที่ท่องเที่ยวของซาฮาร่าคือ มาร์ราคิช ประเทศโมร็อกโก ตั้งอยู่ทางเหนือของเทือกเขาแอตลาสจรดทางใต้ของเมืองคาซาบลังกาเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก และยังเป็นสถานที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์อีกด้วย นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปซาฮาร่ามักจะไปคาซาบลังกาและบินต่อไปยังมาร์ราคิช โดยการเดินทางไปซาฮาร่าของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นเมื่อไปถึงเมอร์ซูก้าประตูสู่ทะเลทรายด้วยเวลาที่ยาวนานกว่า 9 ชั่วโมงจากมาร์ราคิชถึงเมอร์ซูก้า ใช้อย่างน้อย 3 วันเพื่อจะได้เพลิดเพลินกับทะเลทราย อากาศซาฮาราในช่วงเวลากลางคืนจะหนาวแบบเฉียบพลันคุณต้องเตรียมพร้อมสำหรับอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศในช่วงฤดูหนาว เดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่งจะเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ไม่อาจลืม การนั่งรอบกองไฟฟังเพลงดั้งเดิมของตูนิเซีย และชมความสวยงามของเนินทรายที่ส่องประกายใต้แสงจันทร์และแสงดาว

การเดินทางท่องเที่ยวรอบทะเลทรายโกบีไม่ใช่เรื่องง่าย โดยปกติมันเป็นเรื่องที่ยากเอาการที่จะหาช่วงเป็นอิสระหรือหาห้องน้ำ อย่างไรก็ตามมองโกเลียยังคงเป็นสถานที่ที่สวยงามน่าจำจดที่ใครหลายคนกลับมาอีกครั้งแม้ว่าจะไม่ได้รับความสะดวกสบายก็ตาม โกบีเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่าง มองโกเลียและสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อ 'โกบี’ มาจากภาษามองโกเลีย ซึ่งหมายถึง ‘ดินแดนแห้งแล้งที่แม้แต่ต้นหญ้ายังไม่สามารถเจริญเติบโตได้’ อาณาเขตที่กว้างใหญนี้ครอบคลุมพื้นที่ 1,600 กิโลเมตรจากตะวันออกไปตะวันตก และ 1,000 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้ ด้วยความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุดและเสน่ห์ที่หลากหลายอันน่าหลงใหล เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมากมายพร้อมกับได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าประทับใจ ดังนั้นนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่ชื่นชอบการความท้าทายจึงเดินทางมาเยือนโกบี การเดินทางมาท่องเที่ยวที่โกบีเริ่มต้นจากอูลานบาตาร์เมืองหลวงของมองโกเลีย ซึ่งกลุ่มผู้ร่วมทริปจะประกอบไปด้วย ผู้ดูแลที่พัก คนขับรถ คนนำทางและพ่อครัว เพื่อที่คุณจะได้สะดวกสบายในช่วงเวลาของการเดินทาง คุณสามารถเข้าไปในดินแดนที่แสนกว้างใหญ่ พืชพรรณไม้สีเขียวขจี สุดเส้นขอบฟ้าได้หลายชั่วโมงจนกระทั่งคุณเจอจุดที่จะตั้งแคมป์ ซึ่งที่นั่นมีความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอยู่มากมาย อาทิ ผา Bayanzag หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ผาหินสีแดงเพลิง Flaming Cliffs” , เนินทราย Khongoryn Els สถานที่เหมาะสำหรับการเดินทางโดยใช้อูฐเป็นพาหนะ นอกจากนี้ยังได้ใช้เวลายามค่ำคืนใน ”เกอ”หรือกระโจมแบบพื้นเมืองซึ่งเป็นที่พักของชาวมองโกลชนเผ่าเร่ร่อน ซึ่งถือเป็นการผจญภัยครั้งใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ที่ไหนมาก่อน