สีสันที่ชัดเจนและสวยงามสะท้อนให้เห็นความงามอันล้ำค่า



การผลิตแก้วเติบโตขึ้นเมื่อครั้นการสร้างเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาขึ้นในกรุงโรม งานแก้วขึ้นรูปโดยการเป่าแก้วโซดาซึ่งถูกเรียกว่า 'แก้วโรมัน’ และแพร่หลายอย่างรวดเร็วไปยังพื้นที่ต่างๆผ่านทางการค้า ลูกแก้วและภาชนะแก้วจํานวนมากถูกค้นพบในสุสานเก่าแก่ของชิลลาอีกด้วย รวมไปถึง 'แก้วโรมัน’ ซึ่งสันนิษฐานว่าถูกส่งมายังเกาหลีผ่านทางเอเชียกลาง เนื่องจากสิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่ถูกค้นพบในหลุมฝังศพของราชวงศ์พร้อมกับเครื่องประดับอันหรูหราและมงกุฎทองคํา สันนิษฐานได้ว่างานแก้วมีราคาแพงและเป็นที่ชื่นชอบของกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์อย่างมาก ซึ่งแก้วที่ค้นพบที่สุสานช็อนมาช็องของอาณาจักรชิลลามีสีน้ําเงินเข้มลวดลายสวยงามฐานแก้วที่แคบมีลักษณะเป็นทรงกลมและแบน เพื่อรองรับส่วนของตัวแก้วผิวของแก้วมีสองลวดลาย โดยบริเวณปากแก้วมีลวดลายเป็นเส้นยาวส่วนล่างเป็นลายของกระดองเต่า ซึ่งสร้างขึ้นโดยวิธีการเป่าแก้วในกรอบที่มีลายเส้นและรูปแบบดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีความใสและแทบจะไม่มีฟองอากาศอยู่เลย ซึ่งรังสรรค์ขึ้นโดยทักษะของผู้เชี่ยวชาญแก้วชนิดนี้อาจถูกค้นพบในช่วงศตวรรษที่4-5ในแถบเอเชียตะวันออก, เอเชียตะวันตก, ตอนใต้ของรัสเซียและยุโรป ดังนั้นเราจึงไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่ใดผลิตขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่แน่ชัดว่าชนชั้นปกครองในสมัยอาณาจักรชิลลาชื่นชอบปรารถนาในความงามของแก้วประเภทดังกล่าว ซึ่งมีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย