ปาร์ค อินซุก

เราจะได้เห็นห้องงานหัตถกรรมในสมัยโชซอนเพียงข้อมูลจากในหนังสือเท่านั้น ซึ่งค่อนข้างหาได้ยาก คุณคิดอย่างไรในการตีความงานหัตถกรรมในฐานะของศิลปิน
ขั้นตอนของงานเย็บปักถักร้อยในห้องหัตถกรรมนั้นอาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่งานฝีมือของสตรีเป็นเรื่องราวให้แง่ดีซะส่วนใหญ่ ช่วยปลดเปลื้องความดึงเครียดจากสังคม ซึ่งเป็นวิธีในการภาวนาให้สามีประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและลูกๆมีสุขภาพดี ความรักที่ไม่เห็นแก่ตัวของหญิงสาวยังคงปรากฏให้เห็นในศตวรรษที่ 21 ความรักของผู้เป็นแม่ในตัวของพวกเธอคือความรักที่อยู่เหนือกาลเวลา ดังนั้นงานฝีมือที่เกี่ยวกับงานหัตถกรรมไม่ได้เป็นเพียงแค่มรดกตกทอดจากอดีต แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมระหว่างปัจจุบันและอนาคตอีกด้วย


ในอดีตนั้น หญิงสาวเรียนรู้ในการเย็บและปักลวดลวยบนผ้าในวิชาการเรือน พวกเขายังคงมีการสอนทักษะดังกล่าวในชั้นเรียนใช่ไหม
มันไม่ใช่หลักสูตรปกติ แต่พวกเขาสามารถเลือกเรียนวิชาดังกล่าวหลังเลิกเรียนในหลักสูตรปกติ ซึ่งสมาชิกของ Imyeong Bojagi Society มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับงานเย็บปักถักร้อยมาหลายปีแล้ว เมื่อเราให้นักเรียนเรียนการทำ Goebul Norigae ซึ่งมีแนวคิดในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย โดยพวกเขานำมันไปห้อยกระเป๋าเป้เหมือนกับการห้อยตุ๊กตาหมี แม้จะดูแปลก ๆ แต่นักเรียนยังคงเข้าใจการดูแลและความถูกต้องที่สื่อออกมา

วัฒนธรรมดั้งเดิมมี 2 ความท้าทาย : ‘การสืบทอด' และ ‘การตีความที่ทันสมัย’ คุณจะทำอะไรระหว่างเส้นทางที่แยก
มันเป็นเรื่องยากเพราะคุณต้องอยู่ตรงกลาง อย่างไรก็ตาม ฉันพยายามที่จะไม่ให้ลักษณะของงานฝีมือแบบดั้งเดิมต้องสูญเสียความเป็นตัวตน เพราะต้นแบบควรต้องได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่อย่างแข็งแรงปลอดภัยและยั่งยืน ซึ่งช่วงนี้ฉันยังพยายามสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆขึ้น ตัวอย่างเช่น ฉันผสมวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น โลหะและไม้ หรือ การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาอื่น ๆ ฉันพยายามเปลี่ยนผ้าแบบดั้งเดิมเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติอื่น ๆ ซึ่งไม่รับประกันวัฒนธรรมดั้งเดิมในอนาคตว่าเป็นอย่างไร เว้นแต่ว่ามันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง


คุณทำแม้แต่เก้าอี้จากยางรถยนต์เก่า
ฉันคิดเกี่ยวกับวิธีการใช้ผลงานหัตถกรรม เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ยางรถยนต์เก่าเพื่อทำเป็นเก้าอี้ในรูปแบบของหมอนปักเข็ม ฉันหวังว่างานหัตถกรรม สามารถเข้าใกล้ช่องว่างของโลกได้ และกลายเป็นวัฒนธรรมที่คุ้นเคย นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องดีในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย


คุณเริ่มทำงานหัตถกรรมเมื่อไหร่
ย้อนกลับในปี 2002 ฉันมีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโซลเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี ซึ่งฉันอยากทำอะไรที่พิเศษและคนใกล้ชิดแนะนำให้รู้จักกับงานสายนี้ ฉันได้พบกับอาจารย์ด้านเย็บปัก คิม ฮีฮยอน และฉันมีโอกาสได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมา โชคดีที่ต่อมาฉันได้เรียนลวดลายซูโบจากี และ ชั่มจิ ของเมืองกังเนือง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแห่งงานหัตถกรรมที่ดีที่สุด


ซูโบจากี มีความพิเศษเป็นดั่งตัวแทนแห่งเมืองกังเนือง และอะไรที่ทำให้ซูโบจากีมีความพิเศษเช่นนั้น
ลวดลายเอกลักษณ์ของซูโบจากีแห่งเมืองกันเนืองและทักษะที่หาที่เปรียบมิได้ จากรูปทรงที่มีลักษณะคล้ายกับลำต้นของต้นไม้สู่การออกแบบที่หลากหลายอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีด้วยกิ่งก้านสาขานับร้อย โดยลวดลายของซูโบจากีเมืองกันเนืองจะเป็นรูปทรงเรขาคณิต ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นดีไซน์ที่ทันสมัยได้อีกด้วย

งานศิลปะที่โดดเด่นเป็นศิลปะรูปลักษณ์ ซึ่งเป็นอีกผลงานที่ชนะรางวัล Presidential Award ในงาน " Korea Tourist Souvenir Competition " ฉันตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า ‘Goebul Gangneung Pocket’ ถุงแห่งความโชคดี ซึ่งผสมผสานความโค้งมนและเหลี่ยมมุมของถุงผ้า ปากถุงเป็นเชือกรูดเข้าด้วยกัน แสดงถึงความเป็นชายและหญิง มีลักษณะคล้ายกับเสาเพราะที่เมืองนี้เป็นเมืองแห่งกะลาสีเรือ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก 2 สิ่งประดิษฐ์ที่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เย็บปักถักร้อยเมืองตงหยาง ฉันได้ทำงานร่วมกับ Korea Craft & Design Foundation ในงานฉลองกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเมืองพย็องชัง ปี 2018 อีกด้วย โดยครั้งนี้ฉันไม่ได้คาดหวังรางวัลในงานครบรอบ 20 ปี Korea Tourist Souvenir Competition โดยฉันได้พิมพ์ ซูโบจากีเมืองกันเนือง เพื่อรังสรรค์เป็นชุดแก้ว ซึ่งฉันไม่มีความคิดเรื่องรางวัลใหญ่ในหัวของฉันเลย ฉันใช้เวลาถึง 6 เดือนในทำซูโบจีจนเสร็จ และไม่ง่ายเลยที่คนทั่วไปจะมีโอกาสได้เห็น นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการให้ผู้คนได้ชื่นชมความงดงามของมัน ฉันไม่ได้แค่ภูมิใจในรางวัลที่ได้รับแต่ฉันรู้สึกมีความสุขมากยิ่งกว่าที่ ซูโบจากีเมืองกันเนือง กลายเป็นที่รู้จักอีกครั้ง


แพลนในอนาคตของคุณคืออะไร
เป็นเวลากว่า 13 ปีที่ฉันอุทิศตนให้กับงานด้านนี้ และตั้ง Imyeong Bojagi Society ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติสำหรับพวกเราเป็นอย่างมากที่งานฉันได้แสดงในงานกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ที่จัดขึ้นในประเทศเกาหลี โดยเรามีโอกาสได้แนะนำวัฒนธรรมเย็บปักถักร้อยของเมืองกังเนืองให้โลกได้รู้จัก ซึ่งจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะท้องถิ่นแห่งเมืองกังเนืองตั้งแต่วันที่ 7 – 25 กุมภาพันธ์ โดยฉันหวังว่างานนิทรรศการนี้จะเป็นไฮไลท์ที่แสดงถึงพรสวรรค์และความหลงใหลในสังคมของพวกเราที่จะช่วยสนับสนุนทักษะอันปราณีต