YÉOL Bukchonga

YÉOL Bukchonga

บางคนพยายามที่จะรักษาความงามแบบดั้งเดิมเอาไว้ขณะที่เราหลงลืมไปตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง YÉOL คือหนึ่งในนั้น พวกเขาเริ่มกิจกรรมในการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนความพยายามที่จะป้องกันการเสื่อมสภาพผ่านการติดตั้งแห่งสัญลักษณ์สำหรับมรดกทางวัฒนธรรมและการฟื้นฟูของศูนย์ซาจิก โดย Yeol เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2002 ช่วงFIFA World Cup เกาหลี/ญี่ปุ่น โดยมีการแนะนำวัฒนธรรมเกาหลีให้กับชาวต่างชาติได้รู้จัก ในช่วงที่เฉลิมฉลองครบรอบ 15 ปี ในปี 2017 ได้มีการค้นพบที่อาศัยแห่งใหม่ในบุกชนศูนย์กลางงานหัตถกรรมแห่งเกาหลี ซึ่งเป็นความซับซ้อนทางวัฒนธรรมอันงดงามสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการและนำเสนอโอกาสเพื่อการเรียนรู้วัฒนธรรมและศิลปะของเกาหลี Yeol Bukchonga ได้รับฟื้นฟูขึ้นใหม่โดยปรับปรุงจากอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1965 โดย โช พยองซู สถาปนิกโมเดิร์นสไตล์ ควบคู่ไปกับความงามแบบเกาหลีดั้งเดิมของ Yeol ที่ได้รับการรังสรรค์ในพื้นฐานของความสะดวกสบายดูอบอุ่นที่ผสมผสานอดีตกับปัจจุบันเข้าด้วยกัน โดยมีการปรับปรุงฮันอกบ้านเกาหลีแบบโบราณที่อยู่เบื้องหลังอาคารบ้านเรือนใหม่เป็นโถงนิทรรศการที่ดูเหมือนเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Yeol ที่พาเข้าสู่ความงดงามในอดีตด้วยสัมผัสที่ทันสมัย โดยชั้นหนึ่งกับชั้นสองของ Yeol Bukchonga จัดเป็นนิทรรศการหัตถกรรมแห่งเกาหลี นอกจากนี้ห้องโถงเหล่านี้ยังมีการจัดนิทรรศการพิเศษอีกมากมายซึ่งออกแบบโดย Yeol และเปิดพื้นที่ให้กับเหล่าศิลปินอีกด้วย Yeol กำลังมองหาความงามแห่งวัฒนธรรมในงานด้านหัตถกรรมที่มีความใกล้ชิดกกับชีวิตประจำวันมากที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ทางธรรมชาติแห่งสุนทรียศาสตร์ของกาลเวลา

Yeol Bukchonga อันเป็นศูนย์กลางแห่งหัตถกรรมเกาหลีใช้ความคิดริเริ่มในการวางแผนโครงการการทำงานร่วมกันทั้งดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่และผลงานต่างๆที่หลากหลายเพื่อรังสรรค์ผลงานต้นแบบและค้นหาช่างฝีมือรุ่นใหม่ในบุกซน นิทรรศการย้อนวันวานของ Yeol Bukchonga <คำถามขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมและคำตอบโดยงานหัตถกรรม> แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่หลากหลายของ Yeol ความลึกซึ้งของทักษะแห่งงานต้นแบบและความคิดสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์รวมตัวกันเพื่อฟื้นฟูสิ่งที่คุ้นเคยในอดีต โดยมีโต๊ะกาแฟที่เรียบง่ายกว่าเฟอร์นิเจอร์ยุโรป เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารประดับด้วยมุกส่องประกายในสีพาสเทล และรองเท้าดอกไม้ที่คุณอยากที่ลองสวมสักครั้งในชีวิต คุณจะตระหนักถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนแต่ซับซ้อนไปด้วยสุนทรียศาสตร์แห่งเกาหลี บริเวณชั้นที่สามเป็นห้องสมุดที่รวมหนังสือเกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมรวมไปถึงงานดีไซน์เช่นเดียวกับพื้นที่แห่งประสบการณ์สำหรับการบรรยายที่หลากหลายและคลาสเรียนทำอาหาร คุณอาจจะได้เห็นทิวทัศน์ของบุกชนผ่านทางหน้าต่างที่ซึ่งหนังสือออกแบบมาเฉพาะเพื่อแสดงถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้หนังสือที่ถูกรวบรวมไว้อย่างสมบูรณ์แบบมาพร้อมสีสันที่งดงามของงานกระจกที่สร้างทัศนียภาพอันกลมกลืน เมื่อคุณขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าข้ามไปบริเวณพื้นที่สำนักงานบนชั้นที่สี่คุณจะพบมุมมองที่แตกต่างจากสิ่งที่คุณเห็นบนชั้นที่สาม มองข้ามเหนือไปยังถนนของบุกชนเป็นร้านค้าที่ตกแต่งได้น่าหลงใหล, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และหลังคาบ้านเกาหลีโบราณที่อยู่เหนือโบสถ์ขึ้นไปด้วยความกลมกลืนที่เป็นเอกลักษณ์และความเงียบสงบของความหลากหลายของช่วงเวลา ช่องว่าง และผู้คนที่แตกต่างกันด้วยความเงียบสงบที่กระจายภายใต้แผ่นฟ้า โดยในเร็วๆนี้กำลังจะเปิดห้องชงชาบนชั้นดาดฟ้าดังนั้นคุณจะสามารถเพลิดเลินไปกับทัศนียภาพในวันสบายๆและลมเย็นๆ