รยู จี อัน

ดูเหมือนงานของคุณส่วนใหญ่จะเป็น ‘ไข่มุก’ และ ‘เครื่องเคลือบ’ ก่อนอื่นฉันอยากทราบเกี่ยวกับการเริ่มต้นงานฝีมือของคุณ
ขณะที่ฉันเรียนออกแบบตกแต่งภายในที่นิวยอร์ค ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเฟอร์นิเจอร์และงานสถาปัตยกรรม ฉันได้มีโอกาสไปชมงานนิทรรศการหัตถกรรมไม้ไผ่จากประเทศญี่ปุ่น ฉันมองว่าเขาตีความงานฝีมือดั้งเดิมออกมาใหม่ได้อย่างชาญฉลาดด้วยลักษณะของงานผสมผสานแบบเก่าและใหม่เข้าด้วยกันและฉันคิดว่าฉันควรที่จะรู้จักงานหัตถกรรมดั้งเดิมของเกาหลีมากยิ่งขึ้น ซึ่งฉันได้รับแรงบันดาลใจจากความจริงที่ว่า “วัฒนธรรมของเราค่อนข้างเป็นที่รู้จักในชาวอเมริกันน้อยกว่าอาหารหรืองานศิลปะของชาวญี่ปุ่น” ฉันจึงมีความตั้งใจว่าฉันต้องออกแบบงานที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของเกาหลีเพื่อแข่งขันเป็นศิลปิน ดังนั้นฉันจึงเริ่มงานไข่มุกและเครื่องเคลือบตอนฉันกลับมาเกาหลี

ได้ยินว่าคุณกำลังจากทำแบรนด์ของตัวเองนอกจากงานกิจกรรมสร้างสรรค์
ในความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำสองสิ่งในเวลาเดียวกัน แต่ฉันเปิดตัว ‘อารีเจี่ยน (Arijian)’ ไปเมื่อปี 2013 และฉันเชื่อว่ามันไปได้ค่อนข้างดี ดังนั้นฉันจึงเน้นไปที่ผลงานในฐานะศิลปินที่รังสรรค์งานศิลป์ด้านเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ และเครื่องเคลือบที่ใช้ผงไข่มุก นั่นคือเหตุผลของการสร้างสรรค์งานครั้งล่าสุดของฉันที่ปารีส ฝรั่งเศส ในเดือนพฤษภาคม และตามนิทรรศการเฟอร์นิเจอร์ที่ KCDF Gallery ซึ่งชื่อในภาษาจีนของฉันหมายถึง ‘การสลักแสง’ เหมือนกับชื่อของฉันคือฉันต้องการแกะสลักแสงที่ส่องสว่างของไข่มุกเกาหลีอย่างต่อเนื่อง.

ชื่อของคุณได้สร้างความกลมกลืนด้วยวัสดุของผลงานของคุณ นั่นมีเหตุผลพิเศษใช่ไหมว่าทำไมคุณถึงเลือกไข่มุกมาใช้ท่ามกลางวัสดุในงานหัตถกรรมดั้งเดิมมากมาย
ไข่มุกเหมือนกับอัญมณี เหมือนกับเพชรที่มูลค่าเมื่อถูกเจียรไนเท่านั้น ซึ่งไข่มุกสามารถที่จะกระจายความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของมันและสามารถรักษาคุณค่าอันแท้จริงของมันก็ต่อเมื่อผ่านงานฝีมืออันประณีตจากช่างผู้ชำนาญ ตู้ไข่มุกแบบดั้งเดิมที่เป็นวัสดุจากผลงานของฉันได้รับความสนใจมากขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยสิ่งที่เพิ่มเติมคือมูลค่าที่หาได้ยากและความงามแบบคลาสสิค อีกเหตุผลที่ฉันเลือกไข่มุกคือสามีของฉันรักตู้ไข่มุกแม้ว่าเขาจะไม่เคยอยู่ที่เกาหลีก็ตาม

อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าคุณโดดเด่นจากศิลปินคนอื่นๆ
ฉันเริ่มทำงานในฐานะศิลปินในเกาหลีตอนที่ฉันกลับมาอยู่เกาหลีเมื่อปี 2010 มีศิลปินไม่กี่คนที่ตีความไข่มุกให้ดูทันสมัย ดังนั้นฉันจึงไม่ได้คิดว่าจะทำอย่างไรให้แตกต่างจากคนอื่น แต่พยายามที่จะสร้างรูปแบบที่หลากหลายในงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมในสไตล์การออกแบบของฉัน ตัวอย่างเช่น ฉันย้ำความงามในเชิงลบโดยใช้สีพาสเทลหรือการไม่จัดเตรียมอะไรนอกจากก้านดอกไม้ ขอบคุณอย่างสูงที่ความพยายามของฉันได้รับการยอมรับและบางสำนักงานองค์การบริหารรัฐบาล อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ และแม้แต่ ชองวาแด (The Blue House ทำเนียบของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ) เลือกผลงานของฉันเป็นของขวัญให้แก่ผู้แทนการประชุมสุดยอดต่างประเทศ ซึ่งฉันได้ทำงานร่วมกับบริษัทนานาประเทศในเกาหลีและต่างประเทศ

งานศิลปะ 2 ประเภทที่น่าประทับใจอย่างมาก : หนึ่งคือคอนโซลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตู้ไข่มุกดั้งเดิมและอีกชิ้นงานที่โดดเด่นด้วยนกยูง
เป็นสองโปรเจคที่แตกต่างกัน ซึ่งคอนโซลเป็นผลลัพธ์จาก ‘Timeless Project’ ของฉันที่นำเอาตู้ไข่มุกเก่าที่ไม่พอดีกับพื้นที่ใช้สอยที่ทันสมัยในปัจจุบันมาตีความใหม่ในมุมมองและการออกแบบของฉัน ซึ่งลูกค้าของฉันเอาตู้ไข่มุกที่เคยเป็นที่รักในสมัยคุณแม่หรือคุณยายของพวกเขามาให้และปรับปรุงความปรารถนาดั้งเดิมของไข่มุกแบบเก่าหรือเปลี่ยนพวกมันให้เป็นคอนโทรล โต๊ะ หรือตู้แบบใหม่ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย มันคือความทรงจำที่กว้างขึ้นสำหรับลูกค้าของฉันและโอกาสที่ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญในอดีตที่อยู่เหนือกาลเวลาและช่องว่างสำหรับฉัน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่โดดเด่นเพราะไม่มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถผลิตตามกระบวนการแบบเก่าได้อีกแล้ว

แล้วโปรเจคใดที่โดดเด่นด้วยนกยูง
‘ตู้นกยูง (Peacock Cabinet)’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องนกยูงที่ Freer Gallery of Art ในวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งฉันรู้ว่านกยูงเป็นลวดลายดั้งเดิมที่ได้รับความนิยมอย่างมาในเอเชีย แต่ในวัฒนธรรมตะวันตกนกยูงเป็นสัตว์ที่คุ้นเคยที่ปรากฏในเทพนิยายกรีกและเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ด้วยความเป็นไข่มุกฉันจึงคิดว่าสีสันของหางจะกระจายความแตกต่างจากมุมที่ต่างกันเพื่อเพิ่มความงามอันน่าหลงใหลให้กับนกยูง

ศิลปินควรรังสรรค์วัฒนธรรมมากกว่าการตามเทรนด์ แล้วการดีไซน์งานแบบไหนที่คุณต้องการสร้างสรรค์ออกมา
ฉันตีความหัตถกรรมดั้งเดิมของเกาหลีออกมาใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานฝีมือจากไข่มุกโดยใช้มุมมองของฉันเอง แต่ฉันไม่ต้องการที่ติดบนผนังของ “งานออกแบบเกาหลี” อีกความหมายนึงคือฉันต้องการรังสรรค์งานดีไซน์ที่หลากหลายมากขึ้นได้รับการยอมรับในวงกว้างไปทั่วโลก ซึ่งความฝันของฉันคือเป็นดีไซเนอร์ที่เข้าถึงความรู้สึกของมนุษยชาติทั่วโลกเพื่อแสวงหาซึ่งความงดงาม

แผนงานของคุณในอนาคตคืออะไร
ชิ้นงานส่วนใหญ่ของฉันเป็นงานมุกและงานโลหะ แต่ฉันพยายามที่จะปรับให้มีความหลากหลายมากขึ้นในแง่ของวัสดุและเทคนิค ฉันต้องการแสดงถึงความเป็นไปได้ของความงดงามที่ทันสมัยและใช้ไข่มุกผ่านลักษณะงานศิลป์ที่หลากหลายนอกเหนือจากเฟอร์นิเจอร์งานศิลป์ ในขณะที่การทำงานใน ‘Timeless Project’ เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ฉันซาบซึ้งที่ได้พบกับผู้คนมากมายที่ให้การยอมรับ มันรู้สึกดีเวลาที่ฉันอยู่ในบทบาทในการเชื่อมโยงเวลาของพวกเขาในอดีต ปัจจุบัน และแบ่งปันความทรงจำของพวกเขา ดังนั้นฉันจะยังคงทำงานในโปรเจคนี้ต่อไป