ภาชนะศักดิ์สิทธิ์แห่งการสวดมนต์ภาวนาและแสดงความขอบคุณ

ภาชนะศักดิ์สิทธิ์แห่งการสวดมนต์ภาวนาและแสดงความขอบคุณ

บรรพบุรุษเชื่อว่ามีพระเจ้าอยู่ในธรรมชาติและบูชาท่านเพื่อให้กินดีอยู่ดี นี่คือจุดเริ่มต้นของพิธีกรรมที่สืบต่อกันมา เนื่องจากอารยธรรมที่พัฒนาทำให้พิธีกรรมเริ่มมีรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งประเทศทางแถบตะวันออกนั้นมีพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาจนกลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมและได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย
ในสมัยราชวงศ์โชซอนพิธีการทางศาสนาถูกแบ่งประเภท คือแบบราชการที่ดำเนินการโดยสำนักงานราชการและแบบส่วนบุคคลนำโดยแต่ละครอบครัว ซึ่งในกรณีพิธีการแบบราชการเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเข้มงวดมากเพราะเป็นตัวแทนแห่งศักดิ์ศรีของชั้นชนปกครอง ส่วนในแบบส่วนตัวจะจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษในบรรยากาศที่จริงจังเคร่งขรึมและเป็นกระบวนการที่ค่อนข้างง่าย
โดยทั่วไปภาชนะเหล่านั้นจะถูกแยกเก็บไว้ที่ศาลเจ้า ตาม ‹คารเย› ที่เขียนโดยจูฮี ภาชนะจะถูกจัดเตรียมไปตามจุดประสงค์และพื้นที่ในการจัดเก็บซึ่งสร้างขึ้นด้านนอกศาลเจ้าที่โรงครัวสำหรับอาหารในงานพิธีและเก็บรักษาอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายสำหรับงานพิธีตามความต้องการของบรรพบุรุษและภาชนะในงานพิธี โดยจะต้องล็อคโรงเก็บของเพื่อที่ของเหล่านี้จะได้ไม่ถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นๆ นอกจากนี้ <คารเย> ยังกล่าวว่า ภาชนะงานพิธีไม่ควรนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแม้ว่าคุณจะฐานะยากจนก็ตาม รวมถึงไม่ควรยืมจากผู้อื่นและโต๊ะอาหารที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ควรซื้อก่อนการเตรียมภาชนะในงานพิธี โดยภาชนะงานพิธีถือว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์และล้ำค่า รวมถึงมีมูลค่าสูงกว่าภาชนะที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ในการทำงานร่วมกันดูของเจเนอรัล เกรย์ และ ศิลปิน อี กี อุก เพื่อรังสรรค์ภาชนะในงานพิธีด้วยการตีความหมายขนบธรรมเนียมประเพณีใหม่ด้วยมุมมองที่ร่วมสมัย โดยมาในรูปทรงโมดูลที่สามารถซ้อนขึ้นได้อย่างมั่นคง จึงเปลี่ยนลักษณะที่แสดงถึงอำนาจและเคร่งขรึมของภาชนะดั้งเดิมเป็นความงดงามในทางปฏิบัติ

백자 제기
일상의 제기