โรเธนเบิร์ก และ ชิราคาวาโกะ

โรเธนเบิร์ก และ ชิราคาวาโกะ

โรเธนเบิร์ก และ ชิราคาวาโกะ

โรเธนเบิร์ก ประเทศเยอรมนี - อัญมณีแห่งยุคกลาง

โรเธนเบิร์กตั้งอยู่ในบาเยิร์นซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี ซึ่งได้พัฒนารอบ ๆ ป้อมปราการที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชเตาเฟินแต่ยังคงรักษาทัศนียภาพของยุคกลาง โดยคนเริ่มตั้งรกรากที่นั่นในศตวรรษที่ 9 ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี ถึงแม้ว่า 40% ของเมืองจะถูกไฟไหม้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ทัศนียภาพทางประวัติศาสตร์ได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ด้วยความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการโหวตให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด หรือมากเป็นอันดับสองในกลุ่มชาวเยอรมันและเป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่าเป็น 'อัญมณีแห่งยุคกลาง’
มาร์เกตเพลสตั้งอยู่ในใจกลางของโรเธนเบิร์ก จัตุรัสศูนย์กลางที่ล้อมรอบด้วยศาลากลางว่าการเมือง, สถานที่จัดประชุมสภา และโบสถ์ โดยสถานที่จัดประชุมสภาเป็นที่รู้จักกันดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาดาราศาสตร์ ซึ่งเวลาที่ระฆังสั่นกระดิ่งในทุกๆชั่วโมงตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 15.00 น. และตั้งแต่ 20.00 น. ถึง 22.00 น. หน้าต่างทั้งสองด้านของนาฬิกาจะเปิดออกและตุ๊กตาด้านในจะดื่มไวน์ ซึ่งจำลองตุ๊กตาเป็นนายกเทศมนตรีนุสช์ของโรเธนเบิร์กที่ใช้ปัญญาของเขาช่วยเมืองจากอันตรายในช่วงสามสิบปีแห่งสงคราม โดยคุณสามารถชื่นชมทัศนียภาพของเมืองโรเธนเบิร์กได้ทั่วเมืองจากด้านบนสุดของศาลาว่าการเมืองได้สูงและชัดเจนที่สุด มันเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่สามารถชมเมืองได้ในวันเดียวแต่มีห่วงโซ่ที่ไม่สิ้นสุดของนิทานจากยุคกลาง เส้นทางยาวของอาคารโบราณที่มีหลังคาจั่วสีแดงเหมือนเป็นดั่งเทพนิยายที่มักจะมีความสุขในตอนจบเสมอ การใช้ชีวิตที่มีความสุขจะยังคงอยู่ต่อไปตราบนิจนิรันดร์ในสถานที่แห่งนี้

시라카와고

ชิราคาวาโกะ – ดั่งหมู่บ้านของเทพธิดาแห่งกัสโช

ชิราคาวาโกะอยู่ในจังหวัดกิฟุ เป็นเมืองที่ญี่ปุ่นภูมิใจนำเสนอทัศนียภาพที่ไม่สามารถพบเห็นได้จากที่อื่น นี่คือหมู่บ้านแห่งเทือกเขาที่มีประชากรเพียง 1,500 คนเท่านั้นและพื้นที่ 96% ครอบคลุมด้วยป่า.
อย่างแรกบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้คุณมองจนไม่อาจละลายสายตา ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘กัสโชซูคุริ’ โดดเด่นด้วยหลังคาฟางที่คล้ายคลึงกับหนังสือเปิดคว่ำ ‘กัสโซ’ อ้างอิงถึงภาพของมือที่อธิษฐานเนื่องจากหลังคาคล้ายกับมือที่ประกบกัน
ชิราคาวาโกะต้องการหลังคาที่ลาดเอียงเนื่องมาจากหิมะตกหนักในช่วงฤดูหนาวและกลายเป็นความดั้งเดิมที่โดดเด่นของหมู่บ้าน หลังคารูปสามเหลี่ยมที่ลาดเอียลงถูกสร้างขึ้นโดยการเพิ่มชั้นฟางให้หนาเพื่อคงอบอุ่นแม้ว่าจะทำจากวัสดุที่บางเบาซึ่งมันต้องเปลี่ยนทุกๆ30ปี โดยพื้นฐานแล้วบ้านจะมีสามชั้นประกอบด้วยพื้นที่นั่งเล่นในชั้นที่หนึ่ง ห้องทำงานในชั้นที่สอง และพื้นที่ในการจัดเก็บของในชั้นที่สาม ซึ่งคุณสามารถเดินดูภายในบ้านผ่านบ้านตัวอย่างที่เปิดให้ประชาชนชม.
นอกจากนี้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมทำตามวิถีชีวิตเก่า ซึ่งชิราคาวาโกะเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในกัสโซซูคุริด้วยเหตุผลนี้เมื่อทั้งหมดจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโกในปี 1995 ปัจจุบันชิราคาวาโกะยังเป็นหมู่บ้านธรรมชาติที่ไม่อนุญาติให้พักอาศัยหรือจอดรถเพื่ออนุรักษณ์โครงสร้างแบบดั้งเดิมเอาไว้ จึงไม่แปลกที่จะหาเทพธิดาในหมู่บ้านแห่งนี้ที่รายล้อมด้วยป่าอันเขียวขจีและบ้านของเล่น โดยหลังคาแห่งการภาวนาและความงดงามในอุดมคติจะกรพตุ้นจินตนาการของคุณอย่างแน่นอน