ซน ซัง อู

ซน ซัง อู

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้การผสมผสานระหว่างสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงอย่างกระดาษเกาหลีดั้งเดิมและเรซิ่นสังเคราะห์เกิดขึ้น?
ผมเรียนเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นวิชาหลักในมหาวิทยาลัย ซึ่งผมพบว่ากระบวนการแบบปกติค่อนข้างไม่สัมฤทธิผลทำให้ผมค้นหาจนเจอกับวัสดุใหม่ๆที่เหมาะกับทิศทางของผมในการแสดงออก กระบวนการทำงานของผมแสดงให้เห็นถึงความพร่ามัวของ ‘หมอก’ และพบว่าเรซินเป็นวัสดุที่สามารถเพิ่มเนื้อผลมัลเบอร์รี่บนกระดาษเกาหลี ส่วนใหญ่ผมเริ่มต้นการทำงานกับสีขาวเพราะคิดว่า ‘หมอกคือสีขาวของเกาหลี’ อย่างไรก็ตามผมกำลังผสมผสานต่างๆให้หลากหลาย



เป็นเรื่องที่น่าสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คุณอ้างถึงฐานที่เป็นหินและคานของบ้านเกาหลีสำหรับ ‘ชุดม้านั่ง’
ตอนที่ผมจบการศึกษา ผมไปเยี่ยมชมวัดเก่ากับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้ไปชมโดซานซอวอนและความคิดที่คลุมเครือของผมเกี่ยวกับบ้านเกาหลีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อล่ามทางวัฒนธรรมบอกกับเราถึงรายละเอียดเกี่ยวกับฟังก์ชั่นการใช้งานของความงามของฐานหินและคาน โดยผมเน้นไปที่บ้านที่เรียบง่ายของชาวเกาหลีหลังจากที่มอบไปรอบๆและเห็นฐานหินและคานของมันแดรูในพยองซานซอวอน โดยเชื่อว่าโครงสร้างของบ้านเกาหลีมีการเชื่อมต่อกับเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งคานที่รองรับหลังคาขนาดใหญ่กลายเป็นกรอบของม้านั่งและในส่วนของฐานหินผมนำพื้นของบ้านมาผสมรวมในขาของม้านั่งที่มีไม้จากธรรมชาติด้วยอยู่ด้วย



คุณประสบปัญหาทางเทคนิคเนื่องจากความพยายามใหม่ๆหรือไม่?
ผมทดลองและล้มเหลวมานับไม่ถ้วนก่อนที่ตัดสินใจเรื่องรูปร่างและสีสัน ยกตัวอย่าง เรซิ่นมีลักษณะที่ยากในการจัดการทั้งอ่อนและเปราะง่ายเกินไป ซึ่งผมมีข้อมูลสะสมเกี่ยวกับปริมาณที่พอเหมาะของการแข็งตัวของสารที่ทำปฏิกิริยาและอุณหภูมิที่ถูกต้อง แต่มันเป็นกระบวนการที่ยาวนานมากซึ่งผมไม่ได้จัดการเวลาให้น้อยลง ดังนั้นผมพยายามหาวิธีที่แตกต่างและสำรวจเส้นทางที่หลากหลายเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ๆ

‘ชุดพาน’ มีความน่าสนใจอย่างแท้จริง คุณสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนี้ได้ไหม?
ผมตัดสินใจที่จะทำด้านงานไม้เพราะผมหลงใหลในเนื้อสัมผัสของไม้ โดยผมอยากทำร่วมกับจานแบบเกาหลีมานานแล้ว อย่างไรก็ตามผมใช้สีสันที่หลากหลายของกระดาษวาชิหรือกระดาษญี่ปุ่นในช่วงที่งานแสดงของผมที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว แม้ว่าเอกลักษณ์ของผมจะยังเป็นสีขาวก็ตาม

คุณจะบอกว่าคุณมีงานนิทรรศการเดี่ยวของคุณที่ประเทศญี่ปุ่น
งานนิทรรศการเดี่ยวของผมในเกาหลีมีกำหนดการคือเดือนตุลาคม ดังนั้นนิทรรศการที่ประเทศญี่ปุ่นจึงเป็นงานแสดงเดี่ยวในต่างประเทศครั้งแรกของผม แต่ถ้าไม่คำนึงถึงกำหนดการผมใช้เวลา 3 เดือนในประเทศญี่ปุ่นสำหรับการเตรียมงานนิทรรศการที่มีความหมายอย่างยิ่ง ผมไม่สามารถรังสรรค์ผลงานชิ้นใหญ่โดยใช้เครื่องมือเพราะผมไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงได้พัฒนาพานแบบพกพาที่สามารถใช้เป็นถาดได้ด้วย โดยผมตั้งชื่อ ‘ชุดพาน’ ของผมว่า ‘คิริ’ ซึ่งหมายถึงหมอกในญี่ปุ่น

คุณยังอยู่ในซินดังครีเอทีฟอะคาเดมีสำหรับศิลปะรุ่นใหม่หรือไม่?
ผมอยู่ที่นี่มาสองปี ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมเพราะผมรู้สึกปลอดภัยกับพื้นที่สตูดิโอหลังจบการศึกษา ผมมีแรงจูงใจอย่างต่อเนื่องในการทำงานผ่านระบบสาธารณะและผมได้รับการการสนับสนุนต่างๆจากมูลนิธิโซลเพื่อศิลปะและวัฒนธรรมในการดูแลการจัดนิทรรศการ

ปัจจุบันนี้คุณกังวลอะไรบ้างในฐานะที่เป็นศิลปิน?
ความกังวลและความมุ่งมั่นมากที่สุดของผมคือผมไม่เคยหยุดนิ่ง ถ้านี่เป็นเรื่องของทัศนคติความกังวลที่แท้จริงของผมคือหาความสมดุลระหว่าง ‘ประโยชน์ใช้สอย’ และ ‘งานศิลปะ’ นับตั้งแต่การทำงานของผมคือ เฟอร์นิเจอร์ ‘ที่ใช้ประโยชน์ได้’ และเป็นทั้ง ‘งานศิลปะ’ ในเวลาเดียวกัน ผมจำเป็นทำทั้งสองอย่างด้วยความสมเหตุสมผลคือราคาและรูปทรงการใช้งานเพราะนี่คือเฟอร์นิเจอร์ อย่างไรก็ตามผมเอนเอียงไปทางงานศิลปะในฐานะที่เป็นศิลปิน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้สมดุลที่เหมาะสมดังนั้นผมจึงตัดสินใจเน้นไปที่จะค้นหาภาษาศิลปะของตัวผมเอง

แผนงานในอนาคตของคุณคืออะไร?
แผนการที่ผมทำเครื่องหมายไว้บนปฏิทินคืองานนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของผมที่มีกำหนดจัดในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตามผมมีความกังวลมากมายเพราะผมตระหนักว่าเทรนด์ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มีการเปลี่ยนแปลงจากบางสิ่งส่งต่อไปยังอีกรุ่นนึงเพื่อเป็นของใช้ที่ใช้ประจำและตอนนี้คืองานศิลปะ โดยส่วนตัวผมกำลังมองหาวิธีที่จะแบ่งปันศิลปะในแบบของผมไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ผมยังต้องการที่จะแสดงให้เห็นคุณค่าเรื่องความเป็นไปได้ของการผสมผสานวัสดุของเกาหลีแบบดั้งเดิมและวัสดุที่ทันสมัย