The definition of ‘space’ and ‘naturalism.’

คำนิยามของ ‘พื้นที่’ และ ‘ความเป็นธรรมชาติ’
ความงามของเกาหลีที่บอกเล่าโดยเอนเตอร์เทรนเนอร์ มาร์ค เททโต
ไปฟังเรื่องราวของเขา

เริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงด้วยท้องฟ้าที่อยู่สูงและสีฟ้าที่สะอาดมากเป็นพิเศษ นี่คือวันที่ดีดังนั้นผมจึงเดินผ่านฝูงชนที่ใจกลางหมู่บ้านบุกชนจนมาถึงฮานกบ้านเกาหลีดั้งเดิมของ มาร์ค เททโต ที่เรียกว่า ‘พยองแฮงแจ’ ที่เงียบสงบราวกับว่าแออัดได้ถูกดูดกลืนไปยังอีกมิติ

entertainer Mark Tetto

เรารู้จักมาร์ค เททโต ซึ่งเป็นนักเอ็นเตอร์เทรนเนอร์และนักธุรกิจผ่านทาง JTBC ด้วยทักษะความคล่องแคล่วในภาษาเกาหลีของเขาและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการอธิบายต่างๆ ซึ่งความรักในด้านงานศิลปะดั้งเดิมและมรดกทางวัฒนธรรมของเกาหลีของเขาทำให้เขาได้รับการนิยามนี้ขึ้นมา เขาซื้อซูมักแซ(กระเบื้องที่ใช้ปิดส่วนท้ายของหลังคาไม้ตกแต่งด้วยลวดลายต่าง ๆ) จากนักสะสมชาวอเมริกันและกลับมายังประเทศเกาหลี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะแม้แต่คนเกาหลีก็ไม่สามารถทำได้ อะไรคือแรงจูงใจของเขา? มันมาจากไหน? มาร์ค เททโต กล่าวว่าทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นเริ่มต้นมาจาก ‘การอาศัยอยู่ในฮานกบ้านของเกาหลีแบบดั้งเดิม’
“ผมอาศัยอยู่ในฮานกนี้มา 4 ปีแล้ว ผมไม่ได้เลือกเพราะฉันมีความรู้หรือตำนานเกี่ยวกับฮานก แต่หลังจากที่ผมเห็นบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรกผมรู้สึกตกหลุมรักมันทันทีและคิดที่จะอยู่ที่นี่ ที่ผ่านมาผมอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์ไปกลับนิวยอร์กและเกาหลี ซึ่งตอนนี้ชีวิตแตกต่างจากชีวิตในอพาร์ทเมนท์มาก แต่ก่อนอพาร์ทเมนท์ของผมเป็นเพียงพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อออกไปทำงานหรือออกไปข้างนอก นั่นทำให้ผมรู้สึกเหงาและไม่มีอะไรเลยสำหรับผมดังนั้นผมจึงออกไปข้างนอก แต่ในทางกลับกันฮานกกลับมีความหมายลึกซึ้งกับผม มันทำให้ผมสงบหลังผ่านวันที่ยาวนานและทำให้ผมเป็นอย่างที่ผมเป็น มันเป็นพื้นที่สำหรับรักษาและเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยให้เรามองย้อนกลับไปในชีวิต” ซึ่งฮานกไม่มีประตูล็อคอัตโนมัติที่สะดวกสบายในช่วงเช้าที่เร่งรีบ หน้าต่างและประตูมากมายที่บ้านฮานกของมาร์ค เททโตต้องลงกลอนบานต่อบาน ซึ่งในช่วงแรกเขาคิดว่าเป็นงานที่มากเกินไปในทุกๆเช้า แต่ 5 นาทีในชีวิตของเขากลายเป็นพิธีกรรมหรือการทำสมาธิเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ และเมื่อมองย้อนกลับชีวิตของคุณคือของขวัญ ไม่เพียงเท่านั้นเขาสามารถเปิดตามองเห็นความงดงามของเกาหลี

beauty of Korea

“แรกๆตอนที่ผมย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ผมซื้อเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดและวางทุกสิ่งด้วยกัน แต่มันไม่ได้เข้ากับพื้นที่ไปซะทุกอย่าง ผมต้องหาสิ่งที่เข้ากับบ้านและตามมาด้วยวัฒนธรรมและศิลปะของเกาหลีแบบดั้งเดิม เฟอร์นิเจอร์โบราณ และงานฝีมือของเกาหลี ผมคุ้นเคยกับศิลปินร่วมสมัยที่ตีความพวกมันให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมชอบเครื่องปั้นดินเผาของช่างภาพ กู บนชัง ดังนั้นผมจึงซื้อกรอบและฉากกั้นของเขา ผมประหลาดใจกับหลังคาที่เชื่อมต่อกับประตูถัดไปกับบ้านข้างๆเวลาที่ผมมองออกไปข้างนอก ฉันอยากรู้ว่ามันคืออะไรและพบว่ามันคือกีวากระเบื้องมุงหลังคา นั่นคือสาเหตุที่ผมเริ่มต้นสะสมลวดลายของมักแซและผมสิ้นสุดภารกิจโดยการนำซูมักแซที่ถูกเก็บไว้ในอเมริกากลับมาเกาหลี ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นแค่วัสดุทางสถาปัตยกรรม ในความเป็นจริงกีวาไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ตามมันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นงานศิลปะที่แสนพิเศษสำหรับผม สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นกับผมขณะที่อาศัยอยู่ในฮานกหลังนี้และผมได้รับเกียรติแต่งตั้งให้เป็นซูมุนจังผู้รักษาประตูของวังคยองบกกุง” เขาเห็นความงามของเกาหลีในแง่ของ ‘พื้นที่’ และ ‘ความเป็นธรรมชาติ’ ซึ่งเขาตกหลุมรักฮานกบ้านเกาหลีดั้งเดิมตั้งแต่ครั้งแรกแม้ว่ามันจะว่างเปล่าเพราะคุณค่าที่เขาพบหัวใจหลักสำคัญก่อนที่เขาจะคุ้นเคยกับความเชื่อเรื่องของ ‘พื้นที่’ ซึ่งเขาพยายามอย่างมากที่จะไม่รบกวนความงามของพื้นที่ทำให้มาร์ค เททโตเป็นอย่างทุกวันนี้ เขาฝึกในการควบคุมสิ่งที่ฟุ่มเฟือยทั้งหมดออกไปและยอมรับรูปแบบเดิมๆของธรรมชาติโดยปราศจากการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยความงามของเกาหลีที่มาร์ค เททโตได้ค้นพบเป็นส่วนสำคัญของชีวิตที่เราละเลยมาเป็นเวลานาน