Sulwhasoo Style

ผู้อำนวยการด้านเครื่องแต่งกาย โช ซัง กยอง

การเติบโตในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลี

Costume director Cho Sang Kyung

เธอดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการด้านเครื่องแต่งกายในปี 2002 ในภาพยนตร์ซึ่งกำกับโดย รยู ซึง วาน

เธอยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ตอนนั้นด้วยเครดิตภาพยนตร์ถึง 80 เรื่อง ซึ่งรวมไปถึงเรื่องที่กำลังรอฉายอีกด้วย นอกจากนี้เธอยังทำงานกับละครโทรทัศน์รวมถึงเรื่องMr.Sunshine ที่กลายเป็นกระแสฮิตได้รับความนิยมอย่างสูงที่เพิ่งออกอากาศไปด้วยเสื้อผ้าที่ซับซ้อน ขณะที่ Mr.Sunshine เป็นโปรเจคใหญ่และเธอไม่สามารถผลิตเสื้อผ้าล่วงหน้าได้เนื่องด้วยโครงสร้างของละคร ซึ่งเธอทุ่มเทอย่างมากกับโปรเจคนี้ อย่างไรก็ตามเธอมักจะทำงานโดยเฉลี่ย 8 ชิ้นงานพร้อมๆกัน ผู้อำนวยการ โช ซัง กยอง ก้าวเข้าสู่วงการเครื่องต่างกายและร่วมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเรื่อง No Blood No Tears มันยังคงไม่แตกต่างกันมากแต่การออกแบบเครื่องแต่งกายไม่ได้เป็นแผนกชัดเจนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในขณะนั้น เธอสมัครเรียนในวิชาเครื่องแต่งกายสมัยเรียนวิทยาลัยแต่เธอบอกว่ารู้สึกอายที่จะบอกว่าเธอเรียนการออกแบบเครื่องแต่งกายในการผลิตภาพยนตร์ “ฉันโชคดีที่ฉันใหม่ในเรื่องการออกแบบเครื่องแต่งกายในภาพยนตร์แต่มันเป็นช่วงเวลาที่ดี ในช่วงต้นปี 2002 อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีเต็มไปด้วยความพยายามและพลังใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปได้ที่จะลองสิ่งต่างๆที่หลากหลายเพราะการขยายตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ฉันไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับอุตสหกรรมภาพยนตร์ของเกาหลีแต่ฉันแค่มันอะไรที่ฉันอยากจะทำโดยอยู่บนพื้นฐานในสิ่งที่ฉันเห็นในภาพยนตร์ต่างประเทศ เมื่อช่วง 16 ปีผ่านมาฉันได้สร้างผลงานของฉันขึ้นโดยไม่หยุดพัก”

Costume director Cho Sang Kyung

แบ่งแยกและรวมกัน

เธออธิบายตัวเองว่า ‘โชคดี’ และ ‘ดวงดี’ เพราะเธอได้ทำงานกับคนดีๆและ ‘ก็แค่ทำงานของเธอไปโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ’ แต่เธอมีความเข้มงวดและเคร่งครัดในการทำงานสูง

ในกรณีผลงานที่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ เธอพยายามที่จะเข้มงวดตามที่มีบันทึกเอาไว้เท่าที่เป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงใช้เวลาในการทำวิจัยเบื้องต้น

“แม้แต่ในช่วงจักรวรรดิญี่ปุ่นเข้ามาปกครอง ทำให้การแต่งกายแตกต่างออกไปตามช่วงเวลา ภาพยนตร์เรื่อง Modern Boy ช่วงระหว่างปี 1920 – 1930 ขณะที่ Mr. Sunshine เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับจักรวรรดิเกาหลีก่อนที่จะตกเป็นของญี่ปุ่น ความรู้สึกและอารมณ์ในช่วงประวัติศาสตร์เปลี่ยนแปลงทุกหนึ่งหรือสองปี ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ฉันยังอ่านเรื่องราวผ่านวิทยานิพนธ์และพงศาวดารเวลาที่ฉันต้องการรู้เรื่องราวเหล่านั้น

ด้วยเหตุนี้เครื่องแต่งกายของโชต้องการการสัมผัสได้ที่มากมาย เธอยังศึกษารูปแบบต่างๆเพื่อทำเครื่องแต่งกายสมัยจักรวรรดิเกาหลีขึ้นใหม่ ซึ่งไม่มีในปัจจุบันนี้แล้ว “มันใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก คมคมสตูดิโอมีประมาณ 30 คน บางคนทำงานกับฉันมานานกว่าสิบปีขณะที่คนอื่นๆไม่มีประสบการณ์”

คมคมสตูดิโอของเธอกำลังก้าวเข้าสู่การทำงานร่วมกัน โดยพนักงานบางคนทำงานให้กับคมคมพร้อมกับทำธุรกิจของตัวเองในเวลาเดียวกัน ซึ่งพวกเขาแชร์โปรเจคส่งให้กับโชหรือทำงานร่วมกับคมคมสตูดิโอเพื่อให้ได้เป็นโปรเจคของพวกเขา คมคมสตูดิโอของโชกำลังหาวิธีที่จะทำงานร่วมกันจากปัญหาที่พบในตอนนี้และปรับปรุงคู่มือใหม่ นอกจากนี้โชยังทำงานที่นอกเหนือจากที่เป็นระบบอีกด้วย

“เครื่องแต่งกายคือ ‘ตู้เสื้อผ้าที่สร้างขึ้น’ ให้ดูสวยบนหน้าจอ ซึ่งกุญแจสำคัญคือทำอย่างไรให้หลอกตาคุณได้ดีที่สุด ซึ่งมันห่างไกลจากความเป็นจริง ดังนั้นเราพยายามทำสิ่งที่ลวงตาให้เหมือนจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตัวอย่างเช่น สตูดิโอของฉันสร้างเกราะทั้งหมดขึ้นโดยใช้กระดาษดังนั้นเราจึงต้องเลือกใช้สีที่ทำให้ดูเหมือนกับหนังสัตว์ ซึ่งง่ายกว่าถ้าเราใช้พลาสติกจีนแต่กระดาษง่ายกว่าในการนำมารีไซเคิล นี่คือสิ่งที่เหมือนกันด้วยวัสดุที่แตกต่าง แต่วัสดุกระชับจะง่ายสำหรับการรีไซเคิลและเราพยายามที่จะใช้วัสดุจากธรรมชาติ แม้กระทั่งเวลาที่คุณเผา ซึ่งการเผาวัสดุจากธรรมชาติแตกต่างจากการเผาไนล่อน ด้วยราคาที่สูงกว่าแต่ฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูก”

เมื่อใดที่มีคนถามเกี่ยวกับแผนของเธอ เธอจะบอกว่า “ไม่มีแผน” เธอคิดว่าทุกคนควรทำตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เธอตระหนักว่าไม่มีงานอะไรที่จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้เหมือนตอนวันเด็ก ชีวิตของเธอทั้งหมดเกี่ยวกับ‘วันนี้’ ซึ่งวันนี้ของโชคือการทำคลังเสื้อผ้าของเมื่อวานและพรุ่งนี้รวมถึงโลกแห่งความจริงและเสมือนจริงอีกด้วย เนื่องจากเราทุกคนมีชีวิตอยู่กับ ‘วันนี้’ นั่นทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเธอมีความพิเศษด้วยการคาดหวังที่ใหญ่ขึ้น