Sulwhasoo Style

นักเขียน ฮวัง กยองชิน

การพูดคุยของเราตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า "ไม่มีอะไรแน่นอนบนในโลกนี้"

Writer Hwang Kyung Shin

ไม่มีอะไรที่ชัดเจนในโลกที่มีคนนับไม่ถ้วนรวมถึงทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เป็นดั่งจักรวาลที่หมุนและหมุนอยู่ทุกวันท่ามกลางเวลาผันผ่านและการเปลี่ยนแปลงของโลก

ดังนั้นเธอกำลังสร้างสิ่งที่จะอยู่รอดในโลกที่ไร้ขีดจำกัดนี้ เธอกำลังสร้างในขณะที่เธอกำลังเขียนอยู่ เธอไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าในทิศทางที่ชัดเจน แต่เธอกำลังสำรวจเส้นทางของเธอเอง เธอไม่ได้ดิ้นรนเพื่อให้บรรลุสิ่งที่โลกกำหนด
"ฉันต้องยอมรับตัวเองตั้งแต่ฉันเกิดจนกระทั่งฉันตาย ฉันไม่คิดว่าชีวิตสมบูรณ์แบบต้องพิสูจน์ด้วยการมีรถยนต์ราคาแพง บ้าน หรือมีเงินในการใช้จ่ายซื้อของเหล่านี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มาไวไปไว และฉันก็อาจจะสูญเสียพวกมันหรือพวกมันอาจจะหายไปก็ได้ ดังนั้นฉันจึงต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาตัวเองผ่านงานเขียนของฉัน” การเรียนรู้กลายเป็นสิ่งพื้นฐานสำหรับการพัฒนาความสามารถของเธอ เมื่อมีสิ่งต่างๆเข้ามาให้เรียนรู้มากขึ้นดียิ่งขึ้น เธอจึงไม่ลังเลที่จะศึกษาในสิ่งเธอต้องการเรียนรู้ที่จะใช้มัน เธอเรียนเต้นฟลาเมนโก ทำอาหาร ทำความเข้าใจเรื่องเทวตำนาน เล่นกีต้าร์ และว่ายน้ำ
เธอไม่ดิ้นรนเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เธอเรียนรู้เพื่อความพอใจของตัวเอง ความปิติ ความสุข และความเบิกบานใจ ไม่มีความจำเป็นต้องทำบางสิ่งให้ได้ดีเพราะเธอเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือใช้สิ่งที่เธอได้เรียนรู้
"แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนที่ใช่ในการแข่งขัน แต่คุณสามารถเพิ่มทักษะของคุณได้เมื่อคุณประสบความสำเร็จในบางอย่างคุณอาจจะไม่เคยทำมาก่อนซึ่งแค่นั่นก็เพียงพอ "เธอมักจะเคาะประตูเมื่อมีบางอย่างที่เธออยากได้และจำเป็นต้องได้: นั่นคือประตูสู่โลกใหม่และประตูอีกบานที่เป็นบานใหม่ในอดีต มีความคาดหวังมากมายสำหรับประตูนับไม่ถ้วน ‘ฮวัง กยองชิน' กำลังค่อยๆเปิดประตูเหล่านี้

Writer Hwang Kyung Shin

เธอกำลังสร้างสิ่งที่อยู่รอดในโลกไร้ขีดจำกัดใบนี้

สิ่งที่เธอกำลังเขียนดูคล้ายกับตัวเธอ

เธอมีสไตล์เป็นของตัวเองที่ไม่สามารถเปรียบได้ เธออธิบายประเภทของงานเขียนที่เธอรังสรรค์ขึ้นโดยไม่ลังเล:
“ฉันเขียนในสิ่งที่ฉันอยากเขียนมากที่สุดทุกครั้ง สิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดสำหรับฉัน ฉันเชื่อว่ามันดีทั้งกับตัวฉันและผู้อ่าน”
เธอต้องการการฝึกฝนเพื่อค้นพบสิ่งที่เธอต้องการด้วยการฝึกเขียนผลงานเรื่องสั้นทุกๆวันเพื่อค้นหาสไตล์ของตัวเองวันละ 3 ประโยค อย่างแรกเธอต้องคิดหัวข้อก่อนจนตอนนี้กลายเป็นนิสัยของเธอที่จะคิดเกี่ยวกับสิ่งที่จะเขียนเมื่อม
ประสบการณ์หรือวัตถุประสงคที่เป็นเอกเอกลักษณ์เฉพาะที่ให้แรงบันดาลใจ
ถ้าคุณออกค้นหาความหมายของชีวิตแต่ยังไม่เจอ คุณต้องอย่าหยุดเหนื่อยในการฝึกฝน พระเจ้าสร้างผู้ชายขึ้นจากสัญชาตญาณในการสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตามมันไม่จริงสำหรับทุกคน ยังมีคนที่ค้นหาความสุขในการรังสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเธอฝึกตัวเองทุกวันเพราะเธอคือหนึ่งในคนเหล่านั้น “ไม่ใช่ทุกคนในโลกที่ต้องสร้างสรรค์บางสิ่งขึ้น ก็แค่ทำในสิ่งที่คุณชอบเหมือนกับคุณเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น นั่นไม่เป็นการรักษาความกลมกลืนและสมดุลของโลกใช่ไหม”
จากนั้นเธอพูดคุยเกี่ยวกับผลงานที่เธอเขียน เมื่อวันหนึ่งเธอเรียนรู้การปรับเสียงเปียโน ทั้งที่ปกติแล้วเธอไม่ได้สนใจขั้นตอนเหล่านี้ แต่วันนั้นเธอลงมือทำ 88 คีย์นั้นคือความแตกต่างของเสียงที่ถูกจูนเพื่อให้ได้เสียงที่ถูกต้อง
“เมื่อไหร่ที่คุณปรับทัศนคติของคุณ นั่นหมายถึงทุกคนมีความคิดที่เหมือนกัน ซึ่งถ้านั่นคือแนวคิดล่ะก็ทุกๆเสียงของเปียโนจะต้องเป็น “โด” ซึ่งไม่จริงโดยสิ้นเชิง “โด” ให้เสียง “โด” และ “เร” ให้เสียง “เร” นั่นล่ะคือการแสดงดนตรีที่กลมกล่อม ฉันเชื่อว่านั่นคือความสำเร็จที่กลมกล่อมเช่นเดียวกัน ดอกไม้ไม่ได้สีเหลืองไปซะหมดทุกดอก ต้องมีบางดอกสีชมพู แดง และม่วงผสมกกับอีกดอก ขั้นตอนพื้นฐานในการสร้างสรรค์โลกให้กลมกลืนไม่ใช่การบังคับทุกคนให้ทำเสียงเหมือนกัน”
เธอบอกว่าไม่จำเป็นต้องใส่ใจการฝึกฝนของเธอว่าจะมีความสุขในการเปลี่ยนการเขียน อะไรคือสิ่งสำคัญในการค้นหาว่าคุณคือ “โด” “เร” หรือ “มี” หรือไม่ และ คุณจะสร้างเสียงที่ไพเราะได้อย่างไร เมื่อคุณหาสิ่งนั้นและสร้างด้วยตัวคุณเองคุณจะมีความสุข แค่จดจำว่าไม่มีสิ่งใดที่ชัดเจนในโลกใบนี้พร้อมกับเคาะประตูสู่อีกโลกเมื่อใดก็ได้ที่คุณต้องการ “แบบที่หล่อหลอมตัวของคุณไปเป็นอีกคนที่ไม่สามารถพบเจอได้ที่ไหนอีกแล้ว” เธอบอกว่าอิสระของรองเท้าแตะหนังคือพอดีกับเท้าของเธอตลอดกาล