Sulwhasoo Style

Broadcaster Mi-na Son

Broadcaster Mi-na Son Broadcaster Mi-na Son

คำถามในใจของ “ซอน มีนา” ตอนนี้คือ “ในวันนี้ฉันมีความสุขพอหรือเปล่า”

Mi-na Son, Broadcaster

เมื่อได้ยินว่า “ซอน มีนา” จะมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน School of Life วิทยาเขตกรุงโซล เกาหลีใต้ รู้สึกได้เลยว่านี่คือเรื่องราวดีๆ

เพราะโรงเรียน School of Life ถือว่าได้ว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับผู้คนมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเธอเองเป็นทั้งผู้ประกาศข่าว, นักข่าวสายการท่องเที่ยว และผู้บริหารบริษัท ซอน มีนา ซึ่งทุกอย่างล้วนมีคความเกี่ยวเนื่องกัน เฉกเช่นเดียวกับสีๆนึงแต่มีเฉดสีที่แตกต่างกันออกไป สิ่งแรกที่เธอแนะนำผ่าน Sprout Lab คือ การท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมในประเทศเกาหลี การพักผ่อน ที่มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง โดยปีนี้เธอได้มอบของขวัญให้กับกลุ่มน้องๆผู้ด้อยโอกาสทั้งหมด 15 คน ด้วยทริปท่องเที่ยวแสนพิเศษ ซึ่งมีน้องคนหนึ่งได้เอ่ยกับซอนว่า ที่บ้านของเธอไม่มีไฟฟ้าใช้ ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงนำพาแสงสว่างให้ชีวิตของเธอ และนี่ยิ่งทำให้ซอนสะเทือนใจไม่น้อย เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในทริปนี้ได้มีเหล่า เซเลบริตี้คนดังแชร์เรื่องราวผ่าน “Ssaksu Dabang” ว่าเป็นการผจญภัยของเซเลบริตี้คนดัง ขณะเดียวกันบริษัทของ ซอน ก็เปรียบเสมือนเส้นทางที่หลากหลายที่นำพาซึ่งความสุขมาให้กับผู้คนด้วยวิธีการท่องเที่ยว โดย

“The School of Life” นั้นถูกขนานอีกชื่อหนึ่งว่า “โรงเรียนแห่งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่” ก่อตั้งโดยนักปรัชญา Alain De Botton ในลอนดอน เมื่อปี 2008 และกระจายไปใน 9 เมือง ซอนจะเป็นผู้อำนวยการของวิทยาเขตกรุงโซล โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้ The School of Life ไม่ได้สอนความรู้ทั่วไป แต่เป็นสถานที่ที่คุณสามารถที่จะแบ่งปันความรู้สึก, เรียนรู้การเอาใจใส่ และการดำเนินชีวิต ซึ่งไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพูดคุยกับคนทั่วไป อาทิเช่น เราจะใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างไรให้รู้สึกไม่เหงา, เราจะผ่านช่วงเวลาอกหักอย่างไรให้เร็วที่สุด และทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในการออกเดทออนไลน์

ซึ่งหัวข้อเหล่านี้คือความจริงขั้นพื้นฐานที่ว่า “อะไรคือความสุขของชีวิต” โดยสถานที่แห่งนี้พวกคุณสามารถพูดคุยทุกเรื่องได้อย่างเปิดใจ

เหตุผลที่เป็นแรงจูงใจสูงสุดสำหรับโรงเรียนแห่งนี้คือการยอมรับตัวเอง โดย Alain De Botton ผู้ก่อตั้ง ได้กล่าวไว้ว่า “ฉันจบการศึกษาจากวิทยาลัยแคมบริจด์ หนึ่งในวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก แต่หลังเรียนจบฉันกลับตระหนักว่าฉันไม่ได้เรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข” ซึ่งเขาไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ประสบกับปัญหานี้ แต่ทุกวันนี้พวกเราทุกคนต่างก็รู้สึก เช่นเดียวกับ ซอน ในอดีตเธอต้องคอยทำลิสต์รายการและขีดฆ่าสิ่งที่ต้องทำในทุกๆวันเหมือนกับเป็นหัวหน้าผู้ประกาศช่อง KBS ซึ่งทุกคนบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด แต่ซอนกลับรู้สึกกังวล เพราะเธอรู้ว่ามีบางสิ่งขาดหายไปจากชีวิต และกลัวว่าสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นคนพูดเรื่องเดิมๆซ้ำไปซ้ำมากับคนอื่น ถ้ายังคงใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้นซอนจึงตัดสินใจลาออกจากงาน ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่เธอเฝ้าถามตัวเองถึงเรื่องง่ายๆแต่กลับเป็นสิ่งที่เธอไม่คุ้นเคยเกี่ยวกับชีวิต โดยซอนได้กล่าวว่า “เพื่อนๆและครอบครัวต่างแสดงความเป็นห่วงเป็นใย และคงเป็นเรื่องยากหากจะกลับไปทำงานอีกครั้ง แต่สำหรับฉันแล้วไม่ได้มีความเคลือบแคลงใจเพราะที่ผ่านมาฉันทำงานหนักมากจริงๆ รายการมากกว่า 1,000 เทปที่ฉันมีส่วนในการผลิต ซึ่งฉันได้บอกกับตัวเองแล้วว่าฉันจะออกจากสายงานถ้ามีคนมาแทนแม้ว่าจะทำงานมาหนักมากก็ตาม”

Mi-na Son, Broadcaster

เธอตระหนักถึงสองสิ่งขณะที่เธอใช้ชีวิตที่ประเทศสเปนว่า “ช่อง KBS นั้นดีแค่ไหน” และ “ชีวิตที่ยังคงดำเนินต่อไปแบบนอกขอบเขต

มีความตื่นตาตื่นใจ แม้ว่าเธอจะมีได้มีแก้วแหวนเงินทองก็ตาม แต่เธอก็สามารถที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการทำอะไรก็ได้” ซอน มีนา กลายเป็นนักเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางที่ขายดีที่สุด โดยมีการตีพิมพ์เป็นตอนๆ เริ่มต้นจาก “Spain, You Are Freedom” (สเปน คุณเป็นอิสระ) และได้รับรางวัลจากการประพันธ์นิยาย “Who Drew Mimosa” (ใครวาดภาพมิโมซ่า) ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเขียนนิยายจนจบแต่เธอก็ทำสำเร็จ ซึ่งอาชีพของซอนควรอยู่ตัวเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงแล้ว แต่เมื่อเธอกลับมาจากยุโรปปลายปี 2012 เพื่อเตรียมตัวสำหรับสิ่งใหม่ๆ

ทุกๆอย่างกลับเปลี่ยนแปลงไปเมื่อนักหนังสือพิมพ์ของวิทยาลัยขอร้องให้เธอรับผิดชอบและเป็นแบบอย่างให้กับสังคม เมื่อได้ยินเช่นนั้นซอนบอกตัวเองว่า “ฉันมองย้อนกลับมาที่ตัวเองอย่างถี่ถ้วน ถ้าฉันเป็นเชฟ ฉันคงเป็นอาหารมื้อสายที่มีส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ ฉันได้พบผู้คนมากมายขณะที่ฉันเดินทางและได้บอกเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์ที่หลากหลาย ฉันคิดว่ามันมีค่ามากที่จะทำอาหารค่ำมื้อใหญ่และแชร์ประสบการณ์นี้มากกว่าการพยายามที่จะตักอาหารมารวมกันในจานของฉันเพียงคนเดียว ซึ่งโต๊ะอาหารค่ำที่ใหญ่โตที่เธอจัดวางคือ Son Mi Na & Company เพื่อที่จะรักษาสัญญาว่าจะแชร์คุณค่านี้ให้กับความรับผิดชอบต่อสังคม เธอพยายามที่จะเป็นตัวอย่างของการคิดบวกเพื่อผู้อื่น ผ่านหนังสือของเธอ ผ่าน Sprout Lab และผ่าน School of Life. และไม่ว่าเธอจะมีงานมากแค่ไหน ทั้งหน้าที่ CEO, ผู้อำนวยการ School of Life , นักเขียน รวมทั้งบรรณาธิการ วิธีการที่เธอจัดการกับชีวิตของเธอยังคงมาจากการเดินทาง งานเขียน และการตีพิมพ์หนังสือ จึงไม่แปลกใจเลยทั้งๆที่ชีวิตเธอยุ่งเหยิง เธอยังคงประกาศว่าหนังสือเล่มใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องราวการเดินทางในเปรู จะวางแผงเร็วๆนี้ ซึ่งซอนได้รับแรงบันดาลใจมาจากพ่อของเธอที่เป็นนักประวัติศาสตร์ เธอชื่นชมความลึกลับของเมือง “Machu Picchu” (มาชูปิกชู) และทะเลทรายกว้างใหญ่ของประเทศเปรู มาเป็นเวลานาน ในความเป็นจริงแล้วสำหรับเธอนั้นเปรูคือดินแดนที่เต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจ ขณะที่เขียนเรื่องราวดังกล่าวเธอก็รู้สึกกระตือรือร้นกับมันตลอดเวลา “เหมือนเมื่อวานนี้ใจของฉันยังคงอยู่ที่มาชูปิกชู” เธอกล่าวระหว่างการสัมภาษณ์ มันเป็นปลายทางที่น่าประทับใจ เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นก็เข้าใจว่าทำไมเธอยิ้มอยู่อย่างนั้นเมื่อคิดถึงมัน

“ขณะที่อยู่ในเปรู ฉันไม่สามารถช่วยอะไร ได้แต่เฝ้าถามว่ามันเป็นไปได้อย่างไร”

“ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาย้ายหินหนัก 300 ตัน ขึ้นบนหน้าผาเพื่อสร้าง Machu Picchu นอกจากนี้เปรูยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งรวมไปถึง โรงแรมที่อยู่บริเวณที่ราบสูงของประเทศจะมีถังออกซิเจนอยู่ในรายการให้บริการของโรงแรม ซึ่งบันทึกการเดินทางของฉันเกี่ยวกับประเทศเปรูนั้นเติมเต็มไปด้วยเรื่องราวที่หลากหลาย

ตอนนี้ตารางงานของ ซอน มีนา ค่อนข้างวุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็น หนังสือบันทึกการเดินทางเกี่ยวกับเปรู ที่เตรียมตีพิมพ์และเผยแพร่ในเดือนกันยายน, การเปิดตัว School of Life ที่ อิแทวอนในเดือนตุลาคม เธอก็ยังมีแผนสำหรับนวนิยายเรื่องใหม่อีกด้วย ถึงแม้ว่าเธอใช้วิธีที่แตกต่างกันออกไปแต่เรื่องราวที่ซอนต้องการจะบอกนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง เธอรู้ว่าการเดินถอยหลังเพียงเล็กน้อยในตอนนั้นช่วยให้เธอได้มองเห็นชีวิตที่ชัดเจนขึ้น การเดินทางสั้นๆ (Trip) หรือการเคาะประตู School of Life ทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขมากขึ้น และวันหยุดก็จะเป็นข้อเสนอที่ยากเกินจะต้านทาน สำหรับใครก็ตามที่ต้องการใช้มันอย่างไม่ต้องสงสัย