Sulwhasoo Style

Violinist Zi A Shin

Violinist Zi A Shin Violinist Zi A Shin

เสียงดนตรีที่ซึบซับไปด้วยความงดงาม

Violinist Shin Zi A

ครั้งแรกเมื่อถูกไวโอลินเพรียกหา

ชินซีเอ อายุสี่ขวบ ได้เปิดประตูเข้าสู่ชีวิตของเธอ ด้วยไวโอลินในมือของน้องสาวที่ดูไม่คุ้นเคย เป็นที่มาว่าทำไมไวโอลินถึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ “ฉันยอมรับว่าฉันผูกพันธ์กับเสียงเพลงมาตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่ เพราะแม่ชอบดนตรีคลาสสิคและมันซึมซาบเข้าสู่ชีวิตฉัน เหมือนการทานข้าวและการเรียนรู้ที่จะพูด เช่นเดียวกับที่น้องสาวฉันเรียนรู้ที่จะเล่นไวโอลิน และนี่ก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องทำก็แค่นั้น” จริงแล้วไวโอลินเป็นอะไรที่ห่างไกลกับตัวเธอ ดังนั้นเธอจึงต้องพยายามอย่างหนักที่จะทำมันให้ได้ ซึ่งคติของครอบครัว คือ เมื่อเริ่มต้นที่จะทำอะไรแล้วต้องทำมันให้ดีที่สุด “เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นวัยรุ่น ฉันไม่ได้แค่เล่นไวโอลินไปอย่างนั้น แต่ฉันบอกกับตัวเองว่าต้องทำให้ดีที่สุด ฉันฝึกฝนวันละห้าชั่วโมง” นี่คือสิ่งที่แม่ของเธอแนะนำ ในที่สุดมันก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเธอ “พอฉันโตขึ้น ฉันรู้สึกไม่ดีกับตัวเองสักเท่าไหร่ เวลาที่ฉันไม่ได้ฝึกฝนมันเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งฉันมักเอามันด้วยไปในทุกๆที่แม้กระทั่งไปบ้านญาติในวันหยุด ฉันรู้สึกโล่งใจก็แค่ช่วงที่ได้ฝึกฝนเท่านั้นเอง” โดยเวลาเหล่านี้ล่ะที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้ มันไม่ใช่แค่ได้รับชัยชนะจากหลากหลายเวทีหรือเดินทางไปแสดงต่างประเทศครั้งแรก ที่ Long-Thibaud Concours ประเทศฝรั่งเศส เสียงที่นุ่มลึกเข้าซึมซาบไปอยู่ในหัวใจของผู้ฟังมากมายนั้น ชินบอกว่า “อาชีพนี้ต้องอาศัยจินตนาการอย่างมาก คุณต้องมีประสบการณ์ที่เปิดกว้างที่จะทำให้มีจินตนาการกว้างไกล” ชิน แสดงดนตรี ประหนึ่งว่าเธออยู่ในความฝัน ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความสนุกสนาน โกรธ เศร้า และตื่นเต้นไปตามเสียงของดนตรี คล้ายกับว่าการแสดงของเธอกำลังล่องลอยไปรอบๆฮอลล์ บอกเล่าเรื่องราวกับผู้ฟัง ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย “ดนตรีคลาสสิคที่ปราศจากเนื้อร้อง ฉันคิดว่าทุกรายละเอียดในการแสดงออกทางอารมณ์เป็นสิ่งจำเป็น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมจินตนาการจึงเป็นสิ่งสำคัญ” จินตนาการของเธอไม่ได้สร้างขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน นักไวโอลินคนเก่งตระหนักว่า ความสามารถในการพูดการฟังและความเข้าใจในตอนยังเล็ก คือรากฐานของนักดนตรี

และเธอไม่เคยลืมสัญชาติญาณแห่งความสงสัยเกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆในทุกๆที่เธอไป

เธอซึมซับทุกสิ่งอย่างที่เห็น ที่ได้ยิน และที่เธอรู้สึก ผ่านเหตุการณ์ตรงหน้าเธอ ผ่านอากาศที่ไม่คุ้นเคย ผ่านชีวิตของผู้คน หรือผ่านการเดินทางของเธอ และเธอก็จะสะท้อนออกมาผ่านการแสดงไวโอลินของเธออยู่เสมอ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเธอจึงมาเป็น “ผู้ฝึกสอนด้านการแสดงระดับท้องถิ่น” “ฉันชอบที่จะถูกเรียกด้วยคำนี้ ฉันสามารถศึกษา ปัจจุบันหรืออนาคต แต่ฉันไม่เคยเจอสิ่งที่จำเป็นต้องทำจนกระทั่งตอนนี้” ทุกสิ่งที่พบเจอและเก็บไว้ในใจนั้น เธอจะทำออกมาให้ดีที่สุดตราบเท่าที่หน้าที่ของเธอจะทำได้ ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดที่เธอเคยทำคือไม่เสียเวลากับการไล่ตาม เอลโดราโด (นครแห่งทองคำในตำนาน) ซึ่งไม่มีอยู่จริง นั่นคือเหตุผลว่าทำไม ชิน ผู้ฝึกสอนด้านการแสดงระดับท้องถิ่นกลายมาเป็นผู้นำแห่งวง K-Classic ซึ่งกำลังถูกจับตามอง “ความคาดหวังของผู้คนและในฐานะผู้ฝึกสอนด้านการแสดงระดับท้องถิ่นกลายเป็นสิ่งที่ถูกจับตามอง ซึ่งแน่นอนฉันรู้สึกถึงสิ่งที่หนักอึ้งบนไหล่ทั้งสองข้างของฉัน อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังมากมายเหล่านั้นกลายเป็นตัวขับเคลื่อนให้ฉันต้องทำงานหนักขึ้น” จนมาวันนี้ ไม่ว่าคุณจะเรียนดนตรีมาจากที่ไหน หรือคุณอาศัยอยู่ที่ใดก็ตาม มันไม่สำคัญอีกต่อไป เหมือนกับวัฒนธรรมทั่วโลกมาอยู่บนฝ่ามือ สิ่งความสำคัญคือทัศนคติของคุณ ความมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุด ค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวเธอเอง และหยัดยืน จริงใจกับทุกที่ที่เธอไป ด้วยแนวคิดที่ดีต่อโลกใบนี้ ทำให้เธอมีวันนี้ ชินซีอา “แม่สอนฉันให้คิดบวกตลอดเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้ฉันเคยมองโลกในแง่ร้ายมากๆ แต่บ่อยครั้งที่นึกถึงภาพของตัวเองกำลังแสดงอยู่บนเวที ซึ่งภาพเหล่านั้นตราตรึงใจอยู่ในส่วนลึกในความหวังว่ามันจะเป็นจริงในสักวัน ฉันเชื่อเสมอว่าเส้นทางใหม่จะเปิดให้ฉันได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่ที่สุด

Violinist Shin Zi A

ชินบอกกับตัวเองเสมอๆว่า
“มันจะเป็นจริง” หรือ “ฉันทำได้”
แทนคำว่า “ฉันทำไม่ได้” หรือ “มันยากเกินไป”

แน่นอนว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ คือความเชื่อเหลือเกินว่าความฝันของเธอสามารถเป็นจริงได้

ชิน ไม่เคยหยุดฝึกซ้อมสักครั้ง แม้ว่าเธอจะต้องเล่นดนตรีเพียงลำพังในวันวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง หรือการแสดงในที่ต่างๆ และเธอก็ไม่เคยทำสิ่งอื่นๆผิดพลาดเช่นเดียวกับการเป็นนักไวโอลิน เด็กสาวที่หมกมุ่นอยู่กับการฝึกซ้อมตลอดทั้งวัน ได้พักแค่เพียงตอนทานอาหารเท่านั้น ยิ่งทำให้เธอไม่ประหม่าในการแข่งขันและยังคงทำมันได้ดีเยี่ยมในทุกๆการแสดง “ฉันหวังว่าฉันสามารถปลอบโยนและทำให้ผู้คนมีความสุขไปกับเสียงดนตรีของฉัน” แม้ว่าชินมองหาความสุขในชีวิตทุกๆวัน แต่เธอก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะมีความสุขตลอดเวลา นั่นเป็นเหตุว่าทำไมเธอถึงอยากส่งมอบความสุขให้กับผู้อื่น เธอมั่นใจว่าการฟังเพลงคลาสสิคจะนำพาความสงบมาสู่จิตใจคน “พยายามให้ดนตรีอยู่ใกล้และฟังมันบ่อยๆ เมื่อไหร่ที่คุณฟังดนตรีเล่นสด การแสดงที่ถ่ายทอดสื่อถึงอารมณ์ที่ลึกซึ้ง คุณก็จะรู้สึกสบายใจ เมื่อคุณเคยชินกับมัน คุณก็จะมีประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุขที่คุณไม่เคยคาดหวังที่ว่าจะได้เจอมาก่อน ชิน กล่าวว่า เธอต้องการให้การแสดงครั้งล่าสุดของเธอใน Chaconne เหมือนกับว่าเป็นการแสดงครั้งสุดท้ายที่เธออยากจะส่งมอบความความลึกซึ้งที่มากกว่าเคย ส่งการแสดงที่ความสวยงามที่สวยงามยิ่งกว่า หลังจากผ่านช่วงชีวิตที่ขึ้นและลง เมื่อมองลึกลงไปในแววตาของเธอ “ฉันจินตนาการว่าชินอยู่ใน Chaconne ในแต่ละท่วงทำนองถูกส่งทอดผ่านคนคนหนึ่งที่หลงรักในเสียงดนตรีมาอย่างยาวนานส่งต่อความงดงามที่ไม่มีใครสามารถมาแทนได้